⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1306/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2536

ป.วิ.แพ่ง ม.231, 264

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาในระหว่างอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ และคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้เป็นที่สุด คู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การขอไม่ให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มิใช่เป็นการร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา แต่เป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์อันเป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้วคำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดคู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าทางพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 32093 ตกเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่4378 และ 4379 ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งห้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นเครื่องแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้ว สิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภาระจำยอมออกให้หมด และทำให้ทางภาระจำยอมอยู่ในสภาพเรียบร้อย จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่า อนุญาตให้ทุเลาการบังคับเฉพาะให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 32093 แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ส่วนที่ให้รื้อถอนรั้ว สิ่งกีดขวาง และสิ่งก่อสร้างในที่ดินดังกล่าว ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า การรื้อถอนรั้ว สิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างนั้น จำเลยทั้งห้าสมควรจะได้รับการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์อันเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ของจำเลยทั้งห้าไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษาคดีนี้ถึงที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฎีกาของจำเลยทั้งห้าเท่ากับเป็นการขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลอุทธรณ์ในส่วนที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งห้าทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ และขอไม่ให้บังคับจำเลยทั้งห้าปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มิใช่เป็นการร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา คำสั่งที่อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้ว คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดคู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์มิได้ คำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่จำเลยทั้งห้าอ้างมาในฎีกาเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์คู่ความในระหว่างพิจารณาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งห้าซึ่งโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งห้า ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2536 นาย ธีรพันธุ์ สุจริตกุล โจทก์ นาง นงลักษณ์ สุริย พันธุ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ธีรพันธุ์ สุจริตกุล · จำเลย - นาง นงลักษณ์ สุริย พันธุ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4273/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 2580/2527ฎีกา 920/2524ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 258/2549ฎีกา 1287/2513ฎีกา 1475/2521ฎีกา 2276/2536ฎีกา 4231/2558ฎีกา 2419/2537ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 760/2530ฎีกา 1905/2531ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 2168/2532ฎีกา 1124/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ