⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1500/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1500/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจะช่วยให้เข้าทำงานได้โดยไม่ต้องสอบ และรับเงินไปโดยไม่ได้มีเจตนาให้ผู้รับเงินนำไปให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริต ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิด การที่ผู้เสียหายให้โอกาสจำเลยชำระเงินคืนเพื่อระงับคดี ถือเป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไข ซึ่งจะสมบูรณ์เมื่อจำเลยได้ชำระเงินคืนตามเงื่อนไขแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเพียงแต่หลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยจะช่วยติดต่อให้เข้าทำงานเป็นสารวัตรทหารได้โดยไม่ต้องสอบเท่านั้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลยไปไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายให้เงินจำเลยไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้ข้าราชการทหารคนใดกระทำการอย่างใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายใช้ให้ผู้ใดกระทำผิดกฎหมายผู้เสียหายจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีได้ ผู้เสียหายและจำเลยได้ทำบันทึกกันไว้ ถ้าจำเลยนำเงินมาคืนผู้เสียหายภายในกำหนด ผู้เสียหายก็จะไม่เอาเรื่องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไขที่ให้จำเลยชำระเงินคืนผู้เสียหายเสียก่อน ผู้เสียหายจึงจะไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยแต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยมิได้ชำระเงินคืนแก่ผู้เสียหายจึงมิใช่เป็นการยอมความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.144 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอื่น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอื่น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า นายวรรณชัยเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีสิทธิร้องทุกข์ในคดีนี้หรือไม่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยเพียงแต่หลอกลวงนายวรรณชัยว่าจำเลยจะช่วยติดต่อให้นายวรรณชัยเข้าทำงานเป็นสารวัตรทหารได้โดยไม่ต้องสอบเท่านั้น นายวรรณชัยหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลยไป ไม่ปรากฏว่านายวรรณชัยให้เงินจำเลยไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้ข้าราชการทหารคนใดกระทำการอย่างใดอันมิชอบด้วยหน้าที่จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายใช้ให้ผู้ใดกระทำผิดกฎหมาย นายวรรณชัยจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีนี้ได้ ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการสุดท้ายว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นคดีนี้ระงับไปเพราะการยอมความโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายและจำเลยได้ทำบันทึกกันไว้เป็นใจความว่า ถ้าจำเลยนำเงินมาคืนผู้เสียหายภายในกำหนด ผู้เสียหายก็จะไม่เอาเรื่องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา จึงมิใช่เป็นการยอมความกันโดยผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไขที่ให้จำเลยชำระเงินคืนผู้เสียหายเสียก่อน ผู้เสียหายจึงจะไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย การยอมความในลักษณะเช่นนี้จะมีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปต่อเมื่อจำเลยชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยมิได้ชำระเงินคืนแก่ผู้เสียหายจึงมิใช่เป็นการยอมความที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1500/2536 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ลำปาง โจทก์ นาย ปกาศิต หลิบนุกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ลำปาง · จำเลย - นาย ปกาศิต หลิบนุกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 1124/2496ฎีกา 6196/2534ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1979/2521ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 2386/2541ฎีกา 8404/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา