คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาต้องรับฎีกาไว้พิจารณา แม้คดีจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้คดีจะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เมื่อผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และอนุญาตให้ฎีกา ก็ต้องรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 671/2533
จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
นายสุวิทย์ ซ่านมา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 รวม 2 กระทงเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กระทงแรกจำคุก1 เดือน กระทงหลังจำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน 15 วัน ให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 671/2533 ของศาลชั้นต้น
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ขอให้รอการลงโทษโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เมื่อผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา ก็ต้องรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ที่โจทก์ร่วมโต้แย้งในคำแก้ฎีกาให้ยกฎีกาของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงฟังไม่ขึ้น ฯลฯ
พิพากษาแก้เป็นว่า กระทงแรก จำคุกมีกำหนด 1 เดือน และปรับ1,000 บาท กระทงหลังจำคุกมีกำหนด 4 เดือน และปรับ 4,000 บาทรวมโทษจำคุก 5 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน 15 วัน และปรับ 2,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ที่ขอให้นับโทษต่อให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2536
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย สุวิทย์ ซ่าน มา โจทก์
นาง เทียม ตา พ รม ด่วน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สุวิทย์ ซ่าน มา · จำเลย - นาง เทียม ตา พ รม ด่วน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริงธรรม ลัดพลี · วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา