⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์เจตนาว่าจำเลยรู้ว่าเอกสารเป็นของปลอมหรือไม่ ต้องอาศัยเหตุผลแวดล้อมและพิรุธแห่งการกระทำเป็นเครื่องชี้ หากมีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

การที่จะค้นหาเจตนาของจำเลยว่ารู้หรือไม่ว่าหนังสือรับรองความประพฤติทั้ง 20 ฉบับ เป็นเอกสารปลอม จำเป็นจะต้องอาศัยเหตุผลกรณีแวดล้อมและพิรุธแห่งการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลย จำเลยเรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างที่จำเลยทำงานอยู่ที่บริษัทพ. จำเลยมีหน้าที่เพียงเป็นผู้ส่งหนังสือ ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 2,000 บาท สภาพหรือฐานะของจำเลยเป็นเพียงเด็กรับใช้หรือนักการภารโรง คงไม่มีโอกาสรู้ถึงนโยบายการบริหารงานของบริษัทและไม่รู้ว่าหนังสือรับรองความประพฤติซึ่งพิมพ์ด้วยภาษาอังกฤษทั้งฉบับเป็นเอกสารอันแท้จริงหรือเป็นเอกสารปลอม ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การยืนยันมาโดยตลอดว่า น. เจ้าหน้าที่บริษัท พ. เป็นผู้วานให้จำเลยนำหนังสือรับรองความประพฤติไปให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยรับรอง โดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม ยิ่งกว่านั้นเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจค้นบริษัท พ. ได้พบใบรับรองความประพฤติปลอมอีก 18 ฉบับในตู้เก็บเอกสารของ น.ซึ่งหลบหนีไปแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง แต่หนังสือรับรองความประพฤติปลอมเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด สมควรให้ริบ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรากระทรวงการต่างประเทศ และร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือรับรองความประพฤติอันเป็นเอกสารราชการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมตำรวจ และร่วมกันปลอมเอกสารราชการอื่น แล้วนำหนังสือรับรองความประพฤติปลอมไปใช้อ้างในการกระทำความผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 251, 252, 264, 268 ริบหนังสือรับรองความประพฤติทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 252 ประกอบมาตรา 251 และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268ประกอบมาตรา 265 การใช้เอกสารแต่ละฉบับเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 252 จำคุกกระทงละ 1 ปี 20 กระทง รวมจำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จะค้นหาเจตนาของจำเลยว่ารู้หรือไม่ว่าหนังสือรับรองความประพฤติทั้ง 20 ฉบับ เป็นเอกสารปลอม จำเป็นจะต้องอาศัยเหตุผลกรณีแวดล้อมและพิรุธแห่งการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลย ในข้อนี้ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยประกอบคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.88 โดยโจทก์มิได้โต้เถียงเป็นอย่างอื่นว่า จำเลยเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7เมื่อปี 2525 จำเลยทำงานอยู่ที่บริษัท พี.พี.พี.คอนสตรัคชั่นจำกัด มีหน้าที่ส่งหนังสือได้รับเงินเดือน ๆ ละ 2,000 บาท ทำงานอยู่3 ปีเกิดเรื่องขัดแย้งกับพนักงานของบริษัท จึงลาออกมาช่วยเพื่อขายของแต่ยังไม่มีงานประจำ เห็นว่าในระหว่างที่จำเลยทำงานอยู่ที่บริษัทพี.พี.พี. คอนสตรัคชั่น จำกัด นั้น จำเลยมีหน้าที่เพียงเป็นผู้ส่งหนังสือได้รับเงินเดือน ๆ ละ 2,000 บาท สภาพหรือฐานะของจำเลยเท่ากับเป็นเด็กรับใช้หรือนักการภารโรงเท่านั้น เชื่อว่าจำเลยคงจะไม่มีโอกาสรู้ถึงนโยบายการบริหารงานของบริษัทและคงจะไม่รู้ว่าหนังสือรับรองความประพฤติซึ่งพิมพ์ด้วยภาษาอังกฤษทั้งฉบับเป็นเอกสารอันแท้จริงหรือเป็นเอกสารปลอม ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การยืนยันมาโดยตลอดว่านางสมบูรณ์เจ้าหน้าที่ของบริษัท พี.พี.พี.คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้วานให้จำเลยนำหนังสือรับรองความประพฤติเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.20 ไปให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยรับรอง โดยจำเลยไม่ทราบว่าหนังสือรับรองความประพฤติเป็นเอกสารปลอมตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.21 และ จ.88 ตามลำดับยิ่งกว่านั้น เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจค้นบริษัท พี.พี.พี.คอนสตรัคชั่นจำกัด ก็พบใบรับรองความประพฤติปลอมอีก 18 ฉบับ เอกสารหมาย จ.22ถึง จ.39 ในตู้เก็บเอกสารของนางสมบูรณ์ซึ่งหลบหนีไปแล้ว ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังกล่าวประกอบกัน ศาลฎีกาจึงเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่หนังสือรับรองความประพฤติปลอมเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงเห็นสมควรให้ริบ พิพากษายืน แต่ให้ริบหนังสือรับรองความประพฤติปลอมของกลาง". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย สม พร อุ่นสิงห์ทา หรือ อุ่นสิงห์หา หรือ อุ่นสิง หา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สม พร อุ่นสิงห์ทา หรือ อุ่นสิงห์หา หรือ อุ่นสิง หา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537ฎีกา 1027/2485ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1232/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ