คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองฎีกาของอัยการสูงสุดตามมาตรา 221 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุข้อความในฎีกาที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย
ย่อคำพิพากษา
อัยการสูงสุดได้มีหนังสือลงลายมือ ชื่อรับรองว่ารูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย จึงรับรองฎีกาของโจทก์เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป การรับรองให้ฎีกาเช่นนี้ชอบด้วยมาตรา 221 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุว่ามีข้อความใดในส่วนใดของฎีกาที่ศาลฎีกาควรจะวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 336 ทวิ, 357 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ข้อหาฐานรับของโจรจึงเป็นอันยุติตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้ว ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อหาฐานรับของโจรให้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในข้อแรกตามคำแก้ฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ที่แก้ไขใหม่แล้ว แต่หนังสือรับรองของอัยการสูงสุดที่แนบมาท้ายฎีกามีข้อความเพียงว่า "เห็นว่า รูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย อัยการสูงสุดจึงรับรองฎีกาของโจทก์เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป" โจทก์มิได้ยกเหตุผลหรือมีข้อความใดที่ปรากฏว่าฎีกาของโจทก์ในข้อเท็จจริงในฎีกาข้างต้นมีเหตุผลอันควรในส่วนไหนที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยเพื่อพิจารณาต่อไปจึงไม่เป็นการรับรองฎีกาของโจทก์โดยชอบ เห็นว่า ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218, 219 และ 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าอัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุผลอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221คดีนี้อัยการสูงสุดได้มีหนังสือลงลายมือชื่อรับรองว่ารูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย จึงรับรองฎีกาของโจทก์การรับรองให้ฎีกาของอัยการสูงสุดเช่นนี้ชอบด้วยมาตรา 21 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุว่ามีข้อความใดในส่วนใดของฎีกาที่ศาลฎีกาควรจะได้วินิจฉัยดังข้อโต้แย้งของจำเลย"
พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 วรรคสองประกอบกับอนุมาตรา (1)(2) จำคุก 1 ปีไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีในระหว่างรอการลงโทษนี้ ให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมทุก 2 เดือนให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2536
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย สุพจน์ แซ่อึ้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สุพจน์ แซ่อึ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา