⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2084/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในสัญญาเช่าซื้อ หากสูงเกินควร ศาลอาจลดลงได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความเสียหายที่แท้จริงและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อกำหนดว่า เมื่อผู้ให้เช่าซื้อยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืน แล้วนำออกขายได้เงินเท่าใดให้นำไปชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ เหลือเท่าใดจำเลยยอมรับผิดในส่วนที่ขาด เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าอันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับหากสูงเกินควรศาลอาจลดลงได้ ดอกเบี้ยของค่าเสียหายที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อข้อ 7อัตราร้อยละ 18 ต่อปี เป็นเบี้ยปรับและสูงเกินส่วน เห็นสมควรกำหนดให้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2529จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิกระบะบรรทุกไปจากโจทก์ 1 คันในราคา 207,680 บาท โดยจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา14,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนส่ง 48 งวด งวดละ 1 เดือน เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 25 ธันวาคม 2529 จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 1 เป็นต้นมา และไม่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ โจทก์ยึดรถยนต์ดังกล่าวคืนเมื่อวันที่ 25 กันยายน2530 รถยนต์อยู่ในสภาพเสียหาย โจทก์นำรถยนต์ดังกล่าวออกขายให้แก่ผู้มีชื่อในราคา 100,000 บาท จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการเช่าซื้อดังกล่าวโดยยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 120,680 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ18 ต่อปี ในเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ขาดจำนวน 93,680 บาท และไม่มีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าขาดประโยชน์ในการที่โจทก์นำรถยนต์ไปให้ผู้อื่นเช่าในอัตราเดือนละ3,000 บาท รถยนต์ดังกล่าวเป็นรถยนต์ขนาดเล็กถ้าจะนำให้ผู้อื่นเช่าก็จะได้ค่าเช่าเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสื่อมสภาพเป็นเงิน 93,680 บาท ค่าเช่าที่โจทก์อ้างว่านำรถยนต์ให้ผู้อื่นเช่าได้เดือนละ 3,000 บาท มีจำนวนสูงกว่าความจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 28,000บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 77,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ราคารถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์เป็นเงิน 50,000 บาท นั้นสูงเกินไปโจทก์ควรจะได้ค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 10,000 บาท ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดเท่านั้น นั้นเห็นว่า สัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมายจ.4 ข้อ 9 กำหนดไว้ว่า เมื่อผู้ให้เช่าซื้อยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนมาได้ ผู้ให้เช่าซื้ออาจเลือกใช้สิทธิที่จะนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อออกขายโดยเปิดเผยกับบุคคลใดเป็นราย ๆ ไปตามราคาที่ผู้ให้เช่าซื้อเห็นสมควร จำนวนเงินที่ขายได้ให้นำไปชำระค่าเช่าซื้อที่คงเหลืออยู่ หากราคาทรัพย์สินที่ขายไม่พอชำระหนี้ ผู้เช่าซื้อยอมชำระเงินจำนวนที่ยังขาดอยู่แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบ ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นวิธีการกำหนดและชดใช้ค่าเสียหายอย่างหนึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับซึ่งถ้าหากกำหนดไว้สูงเกินสมควร ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อมาได้รถยนต์มีสภาพเสียหาย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็รับว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อไปชนต้นไม้ทำให้กระจกหน้าแตกและส่วนหน้ายุบ ลักษณะเช่นนี้แสดงว่าชนโดยแรงเชื่อได้ว่าสภาพรถยนต์ที่เช่าซื้อเสียหายทรุดโทรมมากเนื่องจากการใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อของจำเลยที่ 1 และโจทก์ได้นำไปขายในราคาเพียง100,000 บาท ต่ำกว่าราคาที่เช่าซื้อมาก โจทก์เองก็ได้ขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 93,680 บาทเท่ากับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ พิเคราะห์พฤติการณ์ทางได้เสียของโจทก์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่ารถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นเงิน 50,000 บาท จึงเป็นจำนวนค่าเสียหายที่พอสมควร ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาต่อไปว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยที่ 1 ใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นเงินเดือนละ 3,000 บาท สูงเกินไป ค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดมานั้นเห็นว่า รถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อไปจากโจทก์เป็นรถยนต์กระบะบรรทุกมีประโยชน์ในการใช้งานรับจ้างทั่วไปโจทก์เรียกค่าใช้ทรัพย์น้อยกว่าค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระแต่ละงวด ทั้งค่าใช้ทรัพย์เดือนละ 3,000 บาท คิดเป็นค่าเช่าเพียงวันละ 100 บาทเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ค่าสินไหมทดแทนในการที่โจทก์ขาดประโยชน์จากการนำรถยนต์ที่เช่าซื้อให้เช่าเดือนละ 3,000 บาท ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ที่จำเลยที่ 1 ยังครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้ออยู่หลังจากผิดสัญญาเป็นเงิน 27,000 บาท จึงเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในค่าเสียหายที่เกี่ยวกับการใช้ราคารถยนต์และค่าสินไหมทดแทนในการใช้ประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า ที่สัญญาเช่าซื้อ ข้อ 7 ระบุว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใดก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินใด ๆ แก่เจ้าของตามสัญญาประการใดประการหนึ่งก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาประการหนึ่งประการใดก็ดี ผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินค้างชำระและหรือค่าเสียหายนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไป ในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นั้นเป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ทางได้เสียทั้งหลายของโจทก์และค่าเสียหายที่ได้กำหนดให้โจทก์ไปแล้ว เบี้ยปรับที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์กำหนดยังคงสูงเกินส่วน เห็นสมควรกำหนดลดลงเป็นอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 77,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2536 บริษัท สยาม อินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ นาย พรศักดิ์ เปี่ยมคล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สยาม อินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด · จำเลย - นาย พรศักดิ์ เปี่ยมคล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1962/2548ฎีกา 2767/2523ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4194/2536ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2139/2565ฎีกา 3295/2533ฎีกา 5884/2541ฎีกา 6052/2537ฎีกา 991/2548ฎีกา 1567/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ