คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้ภารจำยอมโดยอายุความนั้น เจ้าของสามยทรัพย์ชอบที่จะเรียกให้เจ้าของภารยทรัพย์จดทะเบียนภารจำยอมได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การจดทะเบียนภารจำยอมเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอมประการหนึ่งตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1391 ฉะนั้น แม้จะได้ภารจำยอมโดยอายุความก็ตาม โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็ชอบจะเรียกให้จำเลยที่ 1 เจ้าของภารยทรัพย์จดทะเบียนภารจำยอมแก่ตนได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินของจำเลยทั้งสองบางส่วนตามรูปแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ตกอยู่ภายใต้ภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนภารจำยอม มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางภารจำยอม และห้ามจำเลยทั้งสองทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า โจทก์และบริวารใช้ทางเดินด้านทิศใต้ของที่ดิน โจทก์ผ่านที่ดินของผู้อื่นไปสู่ถนนสาธารณะไม่เคยใช้ทางเดินในที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6029 ของจำเลยที่ 1กว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 5684 ของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนภารจำยอมที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้แก่ที่ดินโจทก์ หากไม่ไปให้ใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ปิดกั้นทางภารจำยอมหรือทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเพียงข้อเดียวว่า โจทก์จะเรียกให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนทางภารจำยอมได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการจดทะเบียนภารจำยอมนั้นพึงต้องถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอมประการหนึ่ง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1391 ซึ่งบัญญัติว่า เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอม แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง...ฯลฯ เช่นนี้แม้จะได้มาซึ่งทางภารจำยอมโดยอายุความโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็ชอบที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1เจ้าของภารยทรัพย์จดทะเบียนทางภารจำยอมแก่ตนได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2536
นาง ลออ แสงมั่ง โจทก์
นาย เชาวน์ วัฒนาจินดา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง ลออ แสงมั่ง · จำเลย - นาย เชาวน์ วัฒนาจินดา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วิธุรัติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ