คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2152/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลา 6 เดือนตามมาตรา 208 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จะผูกพันเฉพาะจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์หรือถูกบังคับคดีเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคแรก ตอนท้ายที่ห้ามมิให้ยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ เมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่นนั้น หมายถึงเฉพาะจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์หรือจำเลยที่ถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 1เป็นผู้ที่ถูกยึดทรัพย์ แต่จำเลยที่ 3 ไม่เคยถูกยึดทรัพย์หรือมีการบังคับคดีมาก่อน ข้อกำหนด 6 เดือนจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงขอให้พิจารณาใหม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ริบผิดตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี และจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่แพ้คดีและให้ส่งคำบังคับแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยวิธีประกาศหน้าศาลวันที่ 15 พฤศจิกายน2525 โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม2533 จำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง เนื่องจากขณะที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 3 มีภูมิลำเนาอยู่ ณ บ้านเลขที่ 196 หมู่ 3 ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มิได้มีภูมิลำเนาตามฟ้องโจทก์ และการดำเนินคดีของโจทก์ตั้งแต่การส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้องและการส่งคำบังคับ โจทก์ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์และประกาศหน้าศาล จำเลยที่ 3 เพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2533 เนื่องจากโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 3 เป็นคดีล้มละลายต่อศาลแพ่ง ทนายจำเลยที่ 3 ไปตรวจสำนวนจึงทราบว่าจำเลยที่ 3 ถูกฟ้องเป็นคดีนี้ หากจำเลยที่ 3มีโอกาสต่อสู้คดีก็จะไม่แพ้คดี ขอให้ศาลพิจารณาใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่ามีการยึดทรัพย์หรือบังคับตามคำพิพากษาแล้ว คำขอยื่นเกินกำหนด 6 เดือนนับแต่นั้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ให้ยกคำขอ
จำเลยที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาแต่เพียงว่าเมื่อพ้นกำหนด6 เดือน นับแต่วันที่ได้มีการบังคับตามคำพิพากษาแก่จำเลยที่ 1แล้วจะมีผลผูกพันให้จำเลยที่ 3 ไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา208 วรรคแรก ตอนท้าย ที่บัญญัติว่า "แต่กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตามห้ามมิให้ยื่นคำขอเช่นว่านี้เมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น"นั้น หมายถึงเฉพาะจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์หรือจำเลยที่ถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ไม่เคยถูกยึดทรัพย์หรือมีการบังคับคดีในคดีนี้มาก่อน ข้อกำหนด 6 เดือนจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงขอให้พิจารณาใหม่ได้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้รับคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 3 และให้ดำเนินการต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2152/2536
ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส . ตั้ง เจริญ การพิมพ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส . ตั้ง เจริญ การพิมพ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ