⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2205/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ทางพิพาทจนเกิดภารจำยอมโดยอายุความนั้น ไม่สิ้นสุดลงเพราะการเสนอค่าตอบแทนเพื่อขยายทาง หรือการผิดข้อตกลงเรื่องผลประโยชน์อื่นใด แต่การกระทำที่เปลี่ยนแปลงภารยทรัพย์ เช่น การปักเสาพาดสายไฟฟ้า จะกระทำมิได้หากไม่ได้รับความยินยอมหรือให้ค่าทดแทน

ย่อคำพิพากษา

ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ การที่โจทก์ไปขอใช้เงินแก่เจ้าของที่ดินจำเลยคนก่อนแต่เขาไม่ยอมก็ดีหรือโจทก์ขอให้ผลมะพร้าวให้จำเลยแล้วผิดข้อตกลงกันก็ดี เมื่อเป็นเรื่องโจทก์เสนอให้ค่าตอบแทนเพื่อโจทก์จะทำถนนได้กว้างขึ้นเท่านั้น จึงไม่ทำให้ทางพิพาทซึ่งตกเป็นภารจำยอมอยู่แล้วกลายเป็นไม่เป็นภารจำยอมหรือภารจำยอมหมดสิ้นไปแต่อย่างใด แม้ทางพิพาทจะตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ แต่การปักเสาไฟฟ้าการวางสายไฟฟ้าในที่ดินจำเลยที่เป็นภารจำยอมนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์ ทำให้เกิดภารเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ได้ เมื่อโจทก์ไม่ให้ค่าทดแทนและไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยโจทก์จึงหามีสิทธิปักเสาพาดสายไฟฟ้าตามทางพิพาทไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1388

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายลุ้ย เรืองประดิษฐ์ ว่า โจทก์และพระอธิการประสารศิลาอาสน์ ว่า จำเลย โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า โจทก์ใช้ถนนกว้าง 3 เมตร ยาว 500 เมตรผ่านที่ดินของจำเลยเข้าออกสู่ถนนสาธารณะประมาณ 40 ปี จึงได้สิทธิภารจำยอม จำเลยสร้างประตูรั้วใส่โซ่และกุญแจปิดกั้นปากทางดังกล่าวขอให้จำเลยรื้อประตูรั้ว และจดทะเบียนภารจำยอม ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับถนนภารจำยอม จำเลยสำนวนแรก ให้การว่า โจทก์ถือวิสาสะที่เป็นญาติเดินผ่านที่ดินของจำเลยเป็นทางเดินกว้างไม่เกิน 1 ศอก โจทก์ทำถนนเพียง4 เดือน จึงไม่ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ในสำนวนหลังฟ้องว่า โจทก์รับโอนที่ดินมาจากนายแดงจำเลยนำดินมาถมในที่โจทก์ทำเป็นถนน ทำให้ต้นมะพร้าวที่โจทก์ปลูกไว้ตายไป 2 ต้น คิดเป็นค่าเสียหาย 1,000 บาท แล้วจำเลยปักเสาพาดสายไฟฟ้าตามแนวความยาวของถนนนั้น ขอให้จำเลยนำดินที่ถมเป็นถนนออกจากที่ดินโจทก์ให้มีสภาพเป็นทางเดินเล็ก ๆ เหมือนเดิมให้รื้อถอนเสาและสายไฟฟ้าที่ผ่านที่ดินของโจทก์และให้ใช้ค่าเสียหาย1,000 บาท จำเลยในสำนวนหลังให้การว่า จำเลยและชาวบ้านได้ทำการพัฒนาหมู่บ้านโดยนำดินมาถมตามทางภารจำยอมกว้างเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มภารแก่ที่ดินของโจทก์ สำหรับต้นมะพร้าว 2 ตัน ที่เสียหายจำเลยและผู้ใหญ่บ้านได้นำเงิน 1,000 บาท ไปชดใช้ให้แก่โจทก์แล้วแต่โจทก์ไม่ยอมรับ เสาไฟฟ้าปักห่างทางไม่เกิน 1 เมตร เป็นส่วนควบของทางและปักมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทในส่วนที่ผ่านที่ดินของจำเลยตั้งแต่ทิศเหนือลงมาสู่ทิศใต้ตามแผนที่สังเขป เป็นทางภารจำยอมกว้าง 3 เมตร ให้จำเลยรื้อถอนประตูที่ทำปิดปากทางออกภายใน 30 วันหากไม่รื้อให้โจทก์รื้อโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางภารจำยอมในหนังสือ น.ส.3 ก. ภายใน 30 วัน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้โจทก์รื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่ในทางพิพาทในที่ดินของจำเลยออกไปภายใน 30 วัน หากไม่รื้อให้จำเลยรื้อถอนเอง โดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ส่วนที่จำเลยฟ้องขอให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายที่ทำให้ต้นมะพร้าวของจำเลยตาย 2 ต้น เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาทนั้น จำเลยมิได้เสียค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนจึงไม่พิจารณาให้ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้เงิน1,000 บาท แก่จำเลยและให้ยกคำขอที่ว่า หากโจทก์ไม่รื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่ในที่ดินของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนเองโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์และชาวบ้านใช้ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยรวมทั้งส่วนที่เป็นถนนเส้นตรงตัดใหม่เดินและใช้รถยนต์สัญจรไปมาตั้งแต่ปี 2519 จนถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์กว้างเพียง 2 เมตร การที่โจทก์ไปขอใช้เงิน 2,000 บาทแก่นายแดงแต่นายแดงไม่ยอมก็ดีหรือโจทก์ขอให้ผลมะพร้าวให้จำเลยแต่ผิดข้อตกลงกันก็ดี กรณีเป็นเรื่องโจทก์เสนอให้ค่าตอบแทนเพื่อโจทก์จะทำถนนได้กว้างขึ้นเป็นการขอภารจำยอมซึ่งมีอยู่แต่เดิมแล้วให้ได้ภารจำยอมเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นการกระทำดังกล่าวของโจทก์ไม่ทำให้ทางพิพาทซึ่งตกเป็นภารจำยอมอยู่แล้วกลายเป็นไม่เป็นภารจำยอมหรือภารจำยอมหมดสิ้นไปแต่อย่างใดโจทก์จึงได้ภารจำยอมในทางพิพาทในที่ดินของจำเลยกว้าง 2 เมตรตั้งแต่ทิศเหนือลงมาสู่ทิศใต้ตามเอกสารหมาย จ.3 หรือเอกสารหมาย จ.10ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของโจทก์ว่า เมื่อทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิวางเสาไฟฟ้าตามทางพิพาทในที่ดินของจำเลยนั้น เห็นว่าแม้ทางพิพาทจะตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ แต่เรื่องภารจำยอมที่โจทก์ได้มาโดยอายุความในที่ดินของจำเลยนั้นโจทก์เพียงได้สิทธิที่จะใช้ที่ดินจำเลยส่วนที่ตกเป็นภารจำยอมเป็นทางสัญจรไปมาสู่ถนนสาธารณะเท่านั้น การปักเสาไฟฟ้า การวางสายไฟฟ้าในที่ดินจำเลยที่เป็นภารจำยอมนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นไม่ให้สิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ที่จะทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ได้ โดยที่โจทก์ไม่ให้ค่าทดแทนและไม่ได้ความยินยอมจากจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ โจทก์ไม่มีสิทธิปักเสาพาดสายไฟฟ้าตามทางพิพาทในที่ดินของจำเลย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยจากทิศเหนือลงมาสู่ทิศใต้ตามแผนที่สังเขป กว้าง 2 เมตร ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมดังกล่าวให้แก่โจทก์หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนประตูรั้วที่ปิดปากทางออกให้กว้าง 2 เมตร คำขอนอกจากนี้ของโจทก์ให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2536 นาย ลุ้ย เรือง ประดิษฐ์ โจทก์ พระอธิการ ประสารศิลาอาสน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ลุ้ย เรือง ประดิษฐ์ · จำเลย - พระอธิการ ประสารศิลาอาสน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 113/2504ฎีกา 1730/2503ฎีกา 3551/2543ฎีกา 60/2529ฎีกา 5553/2537ฎีกา 4050/2545ฎีกา 101/2522ฎีกา 851/2552ฎีกา 1520/2537ฎีกา 4890/2566ฎีกา 2250/2519ฎีกา 5613/2540ฎีกา 2320/2539ฎีกา 335/2485ฎีกา 1996/2516ฎีกา 1155-1158/2487ฎีกา 1023/2546ฎีกา 3525/2525ฎีกา 9698/2551ฎีกา 1092/2515ฎีกา 2569/2523ฎีกา 717/2519ฎีกา 7475/2537ฎีกา 4845/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ