⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 246/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่าจำคนร้ายได้เพราะมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายได้ชัดเจน จึงมีเหตุผลน่าเชื่อและรับฟังได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อาวุธมีดจี้บังคับผู้เสียหายเข้าไปในรถยนต์ตู้แล้วผลักผู้เสียหายให้นอนหงายอยู่บนพื้นรถ เอาสก๊อตซ์เทปปิดปากและปิดตา ผู้เสียหายดิ้นใช้มือดึงสก๊อตซ์เทปที่ปิดตาออกและสก๊อตซ์เทปที่ปิดปากหลุดเอง ผู้เสียหายขอร้องไม่ให้จำเลยฆ่า จำเลยรับปากแต่จะนำผู้เสียหายไปด้วย จำเลยนำเชือกไนล่อนมาผูกมือโยงไปที่ขาทั้งสองข้าง เอากุญแจมือมาสวมใส่มือผู้เสียหายไว้นำผ้าเช็ดหน้ามาผูกปากและใช้สก๊อตซ์เทปปิดตาผู้เสียหาย จากนั้นได้ขับรถยนต์ออกไป ผู้เสียหายดิ้นจนกุญแจมือหลุดออก แก้เชือกและเปิดประตูรถจำเลยได้หยุดรถแล้วผู้เสียหายกระโดดรถหนีออกมาได้ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารจอดรถของศูนย์สรรพสินค้า แม้เป็นเวลากลางคืนและผู้เสียหายไม่รู้จักจำเลยมาก่อนแต่ที่เกิดเหตุมีไฟฟ้าเปิดอยู่และผู้เสียหายยืนยันว่ามองเห็นกันได้ชัด เชื่อว่าผู้เสียหายมองเห็นจำเลยได้ชัดพอที่จะจำได้ว่าเป็นคนร้าย ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าจำคนร้ายได้เพราะมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายได้ชัดเจนจึงมีเหตุผลน่าเชื่อและรับฟังได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสองประกอบกับมาตรา 335(1) (7), 340 ตรี, 310,371, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 13พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14, 15 คืนรถยนต์ตู้ของกลางให้เจ้าของคืนบัตรประจำตัวประชาชน และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวให้จำเลยและริบของกลางอื่นนอกจากนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรก, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ จำคุก 3 ปี ความผิดฐานพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับ100 บาท รวมจำคุกจำเลย 3 ปี ปรับ 100 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คืนรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน 5ย-9576 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่เจ้าของ คืนบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวแก่จำเลยของกลางอื่นให้ริบ ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง ส่วนรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน 5 ย-9576 กรุงเทพมหานคร ของกลางคืนแก่เจ้าของคืนบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวของกลางแก่จำเลย ของกลางอย่างอื่นให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่ โจทก์มีนางสาวจิรพรรณ ณ ระนอง ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้บังคับผู้เสียหายเข้าไปในรถยนต์ตู้แล้วผลักให้นอนหงายอยู่บนพื้นรถ เอาสก๊อตซ์เทปปิดปากและปิดตาผู้เสียหาย ผู้เสียหายดิ้นใช้มือดึงสก๊อตซ์เทปที่ปิดตาออกและปรากฏว่า สก๊อตซ์เทปที่ปิดปากหลุดเอง ผู้เสียหายขอร้องไม่ให้คนร้ายฆ่าคนร้ายรับปากแต่จะนำผู้เสียหายไปด้วย ต่อมาคนร้ายได้นำเชือกไนล่อนมาผูกมือมัดโยงไปที่ขาทั้งสองข้าง เอากุญแจมือมาสวมใส่มือผู้เสียหายไว้ นำผ้าเช็ดหน้ามาผูกปากและใช้สก๊อตซ์เทปปิดตา จากนั้นคนร้ายได้ขับรถออกไป ผู้เสียหายดิ้นจนกุญแจมือหลุดออกจากมือผู้เสียหายแก้เชือกที่ขาและเปิดประตูออก คนร้ายจึงได้หยุดรถแล้วผู้เสียหายได้กระโดดรถหนีไปแจ้งยามของที่จอดรถ พิจารณาคำเบิกความของผู้เสียหายแล้ว เห็นว่า ที่เกิดเหตุเป็นอาคารจอดรถของศูนย์สรรพสินค้าริเวอร์ซิตี้ แม้ขณะเกิดเหตุจะเป็นเวลากลางคืนและผู้เสียหายไม่รู้จักคนร้ายมาก่อน แต่ที่เกิดเหตุมีไฟฟ้าเปิดอยู่ผู้เสียหายยืนยันว่ามองเห็นกันได้ชัด ผู้เสียหายนอนหงายอยู่บนพื้นรถขณะสก๊อตซ์เทปที่ปิดตาและปากหลุดออกนั้น คนร้ายนั่งอยู่บนเบาะรถติดกับบริเวณที่ผู้เสียหายนอน ผู้เสียหายมองหน้าคนร้ายและคนร้ายก็มองผู้เสียหาย มีการพูดคุยกันโดยผู้เสียหายพูดขอร้องมิให้คนร้ายฆ่า คนร้ายก็พูดคุยด้วยโดยบอกว่าไม่ฆ่า แต่จะเอาผู้เสียหายไปด้วย จากนั้นคนร้ายจึงได้เอาสก๊อตซ์เทปปิดตาใหม่ ในช่วงเวลาที่สก๊อตซ์เทปที่ปิดตาปิดปากหลุดออกและผู้เสียหายพูดคุยกับคนร้ายนั้นแม้ประตูรถปิด รถไม่ได้เปิดไฟและกระจกรถยนต์ตู้ติดฟิล์มกรองแสงก็ตาม ไฟฟ้าบริเวณที่จอดรถซึ่งเปิดสว่างก็น่าที่จะส่องสว่างเข้าไปในรถพอจะมองเห็นกันได้บ้าง เมื่อผู้เสียหายอยู่ใกล้ชิดติดกันกับคนร้ายต่างคนก็ต่างมองซึ่งกันและกันและมีการพูดคุยกันด้วยเช่นนี้ น่าเชื่อว่าผู้เสียหายมองเห็นคนร้ายได้ชัดเพียงพอที่จะจำคนร้ายได้ ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าจำคนร้ายได้เพราะมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายได้ชัดเจน จึงมีเหตุผลน่าเชื่อและรับฟังได้หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ตู้ของกลางได้ ณ ที่จอดรถในที่เกิดเหตุพบบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวของจำเลย เมื่อผู้เสียหายเห็นบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ผู้เสียหายยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายภายหลังจากเกิดเหตุประมาณ 5-6 ชั่วโมง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ในทันทีที่ผู้เสียหายเห็นจำเลย ผู้เสียหายก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย และในชั้นสอบสวนจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพ พาพนักงานสอบสวนไปชี้ที่เกิดเหตุและมีการถ่ายภาพการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพไว้ พฤติการณ์ต่าง ๆ ประกอบกับคำเบิกความของผู้เสียหายแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายจำคนร้ายได้ว่าเป็นจำเลย ที่พันตำรวจโทโสภณชินพงสานนท์ และร้อยตำรวจเอกอาชวาคม ลีนานนท์ เบิกความแตกต่างกันเกี่ยวกับพฤติการณ์ในการจับกุมจำเลยและข้อเท็จจริงบางประการที่ศาลอุทธรณ์สงสัยนั้น เห็นว่า แม้พยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวจะเบิกความตามแตกต่างกันบางประการก็ตาม แต่ข้อแตกต่างกันดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องรายละเอียด ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นเสียไปข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายและพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควรจริงตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ฉลวย สวย กลาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ฉลวย สวย กลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 218/2555ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1211/2536ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2826/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ