⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2823/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุพยานป่วยหลายครั้งติดต่อกัน โดยเฉพาะเมื่อศาลได้กำชับแล้วว่าให้สืบพยานให้เสร็จสิ้น อาจถือได้ว่าเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก วันที่ 12 มิถุนายน 2530 ถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างเหตุทนายจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งจำเลยก็นำพยานมาสืบปากเดียวและเลื่อนไปสืบพยานจำเลยวันที่ 3 และ 24 กันยายน 2530วันดังกล่าวจำเลยนำพยานมาสืบวันละหนึ่งปาก และศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยวันที่ 5 และ 19 พฤศจิกายน 2530 วันที่ 5 พฤศจิกายน2530 จำเลยมีพยานมาสืบ 1 ปาก และเลื่อนไปสืบพยานวันที่ 19 พฤศจิกายน2530 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนโดยกำชับให้จำเลยนำพยานมาสืบให้เสร็จโดยไม่ให้เลื่อนคดีอีกถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนอ้างเหตุพยานป่วยเช่นนี้พฤติการณ์จำเลยแสดงว่ามีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2529 โจทก์ตกลงทำสัญญาเช่าอาคารจำเลยตกลงโอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์ ซึ่งผู้ให้เช่ายินยอมด้วยแล้วผู้ให้เช่าจึงตกลงทำสัญญาเช่าอาคารดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยตกลงจะขนย้ายทรัพย์สินพร้อมด้วยบริวารออกจากอาคารและส่งมอบอาคารดังกล่าวให้โจทก์ในวันที่โจทก์ทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่า แต่หลังจากโจทก์ทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าแล้ว จำเลยไม่ได้ส่งมอบอาคารดังกล่าวให้โจทก์และผัดผ่อนเพิกเฉยตลอดมา ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินพร้อมทั้งส่งมอบอาคารตึกแถวเลขที่ 195 ถนนจักรวรรดิแขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อยและให้จำเลยและบริวารชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะส่งมอบอาคารตึกแถวให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย จำเลยให้การในหลายประเด็นและฟ้องแย้ง โดยขอให้ยกฟ้องของโจทก์และบังคับให้โจทก์ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงิน625,250 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน610,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งของจำเลยเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่จำเลย ให้โจทก์คืนเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาวรจักร จำนวน 8 ฉบับ ตามฟ้องแย้งแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินพร้อมส่งมอบอาคารเลขที่ 195 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานครให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย ให้จำเลยและบริวารใช้ค่าเสียหาย 40,000 บาทและชดใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 5,000 บาทนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะส่งมอบอาคารให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีไปสืบพยานปากนายวิธาน จิระกันศักดิ์เจริญสามีจำเลย และมีคำสั่งให้งดสืบพยานปากนี้ ทั้ง ๆ ที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลชั้นต้นแล้วว่านายวิธานป่วยเป็นโรคท้องร่วงอย่างแรง ไม่สามารถมาเป็นพยานศาลได้ ขอให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบนายวิธานนั้น ในปัญหานี้ปรากฏว่าหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกในวันที่ 12มิถุนายน 2530 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งจำเลยก็นำพยานมาสืบเพียงปากเดียวศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ 3 และ 24 กันยายน 2530ในวันดังกล่าวจำเลยนำพยานมาสืบเพียงวันละหนึ่งปาก ศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ 5 และ 19 พฤศจิกายน 2530 จำเลยมีพยานมาสืบในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2530 เพียงปากเดียวแล้วขอเลื่อนไปสืบพยานที่เหลืออีกเพียงปากเดียว ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2530ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยกำชับให้จำเลยนำพยานมาสืบให้เสร็จในวันดังกล่าวโดยไม่ขอเลื่อนอีกแต่เมื่อถึงวันนัดจำเลยก็ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่านายวิธานป่วยกะทันหันเป็นโรคท้องร่วงอย่างแรงไม่สามารถมาศาลได้โดยมิได้ส่งใบรับรองแพทย์ต่อศาลแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นเห็นว่าได้กำชับแล้วจะไม่ให้จำเลยเลื่อนคดีอีก พยานปากนี้เป็นสามีจำเลย หากจำเลยตั้งใจจะสืบจริงจังก็ควรจะนำมาสืบได้ในคราวก่อน ๆ จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและให้งดสืบพยานปากนายวิธาน ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ในการดำเนินคดีดังกล่าวของจำเลยแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวนั้น จึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2536 นาง กิ่ง แก้ว บุญ สิน สุข โจทก์ นาง มณี จิระกันศักดิ์ เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง กิ่ง แก้ว บุญ สิน สุข · จำเลย - นาง มณี จิระกันศักดิ์ เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1193/2535ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 149/2526ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2211/2534ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 484/2486ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3005/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ