⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3431/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งว่าให้ไต่สวนคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบกิจการตาม ป.วิ.พ. มาตรา 307 หรือไม่นั้น อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณีไป

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบกิจการตามความใน ป.วิ.พ.มาตรา 307 ไม่มีกฎหมายบังคับว่าศาลจะต้องทำการไต่สวนคำร้องเสียก่อนแล้วจึงจะมีคำสั่งได้ การที่จะต้องไต่สวนตามคำร้องเสียก่อนแล้วจึงจะมีคำสั่งหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาเห็นสมควรเป็นเรื่อง ๆ ไป ตามคำร้องของจำเลยอ้างว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้น จำเลยได้ใช้ประกอบกิจการหารายได้มีรายได้ประจำปีเพียงพอที่จะนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีได้ แต่ตามพฤติการณ์ในสำนวนปรากฏว่าจำเลยได้ผิดนัดชำระหนี้นับถึงวันที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลคิดเป็นเวลาได้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยในระหว่างนั้นไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระหนี้หรือผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ตามคำพิพากษาของศาลก็เปิดโอกาสให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ได้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าข้อกล่าวอ้างของจำเลยตามคำร้องเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ ศาลชอบที่จะสั่งยกคำร้องเสียได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวนตามคำร้องเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.307

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยหลายรายการ รวมทั้งที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๘๑๗๕ พร้อมตึกแถวสองชั้นสี่ห้องเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวสองชั้นสี่ห้องซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้นั้น จำเลยใช้ประกอบกิจการหารายได้ ซึ่งมีรายได้ประจำปีเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมได้ขอให้ระงับการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวไว้ชั่วคราวและมีคำสั่งให้จำเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์เพื่อหาประโยชน์มาชำระหนี้ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ตามคำร้องกรณีไม่เข้าเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗ และกรณียังไม่มีเหตุผลสมควรจะตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์ตามคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนคำร้องเสียก่อนเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ ข้อนี้จำเลยฎีกาว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓๐๗ เป็นบทบัญญัติคุ้มครองลูกหนี้ตามคำพิพากษา เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปลดเปลื้องหนี้สินได้โดยไม่ต้องจำหน่ายทรัพย์ที่ถูกยึด คำร้องของจำเลยระบุเหตุแห่งการขอเป็นผู้จัดการทรัพย์ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ศาลจึงต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยให้สิ้นกระแสความก่อน แล้วจึงมีคำสั่งคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบกิจการตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓๐๗ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าศาลจะต้องทำการไต่สวนคำร้องเสียก่อนแล้วจึงจะมีคำสั่งได้ การที่จะต้องไต่สวนตามคำร้องเสียก่อนแล้วจึงจะมีคำสั่งหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาเห็นสมควรเป็นเรื่อง ๆ ไป เฉพาะคดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗ เพื่อให้มอบเงินรายได้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแทนการสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยตามคำร้องของจำเลยอ้างว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้น จำเลยได้ใช้ประกอบกิจการหารายได้มีรายได้ประจำปีเพียงพอที่จะนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีได้ แต่ตามพฤติการณ์ในสำนวนปรากฏว่าจำเลยได้ผิดนัดชำระหนี้นับถึงวันที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลคิดเป็นเวลาได้ไม่ต่ำกว่า ๕ ปีโดยในระหว่างนั้นไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระหนี้หรือผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ตามคำพิพากษาของศาลก็เปิดโอกาสให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ได้หากจำเลยสามารถใช้ทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ประกอบกิจการหารายได้ประจำปีเพียงพอที่จะนำมาชำระหนี้ได้จริงตามที่จำเลยกล่าวอ้างแล้ว ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจำเลยก็คงจะชำระหนี้หรือผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์บ้าง เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีเป็นดังนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าข้อกล่าวอ้างของจำเลยตามคำร้องเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ ศาลชอบที่จะสั่งยกคำร้องเสียได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวนตามคำร้องเสียก่อน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2536 สหกรณ์การเกษตรเชียงคาน จำกัด โจทก์ นางสาวสาลี่ ทรายสถิตย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์การเกษตรเชียงคาน จำกัด · จำเลย - นางสาวสาลี่ ทรายสถิตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายพันวะสา บัวทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมชัย สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9028/2542ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3183/2541ฎีกา 2674/2565ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2280/2559ฎีกา 403/2530ฎีกา 4794/2534ฎีกา 1055/2510ฎีกา 3934/2530ฎีกา 68/2529ฎีกา 679/2506ฎีกา 3082/2533ฎีกา 1376/2520ฎีกา 5734/2545ฎีกา 8178/2538ฎีกา 2403-2430/2543ฎีกา 970/2519ฎีกา 1679/2552ฎีกา 11996/2547ฎีกา 2514/2538ฎีกา 5486/2533ฎีกา 1753/2543ฎีกา 96/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา