คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4119/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยผู้ไม่มีสิทธิย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ซื้อ และการครอบครองที่ดินโดยผู้ซื้อที่ดินจากผู้ไม่มีสิทธิ ถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของที่ดินเดิม แม้จะมีการครอบครองต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ไม่ทำให้ผู้ครอบครองได้สิทธิครอบครอง
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยมิได้ยินยอมหรือรู้เห็นให้มารดาจำเลยขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ การที่โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากมารดาจำเลยผู้ไม่มีสิทธิย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่โจทก์ แม้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย ก็ต้องถือว่าเป็นการครอบครองแทนจำเลย แม้ฟังว่าจำเลยทราบเรื่องหลังวันทำสัญญาประมาณ 3 เดือนจึงไปขอไถ่ที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์ โจทก์ยอมให้ไถ่โดยมีข้อตกลงว่าหากจำเลยมีเงินเมื่อใดก็นำไปไถ่ได้นั้น ถือได้ว่าเป็นเพียงการที่จำเลยยินยอมให้โจทก์ครอบครองแทนต่อไปเท่านั้น และเนื่องจากโจทก์มิได้เข้าครอบ-ครองที่ดินนั้นโดยการแย่งการครอบครอง แม้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาจนปัจจุบันก็มิได้สิทธิครอบครอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายรอน ม่วงเนียม · จำเลย - นางอิ่ม ขอนทองหรือตันศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสุรทิน สาเรือง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา