คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4165/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องไม่เกินกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น แม้จะมีการบังคับตามคำพิพากษาแล้ว แต่หากจำเลยยังไม่ได้รับทราบคำบังคับ กำหนดเวลาสิบห้าวันในการยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ก็ยังไม่เริ่มนับ
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคแรกบัญญัติว่า "คำขอให้พิจารณาใหม่นั้นให้ยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย... แต่กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ห้ามมิให้ยื่นคำขอเช่นว่านี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น" เมื่อโจทก์ยังมิได้ส่งคำบังคับให้จำเลยทราบ กำหนดเวลาสิบห้าวันจึงยังไม่เริ่มนับ ส่วนที่โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจากจำเลยมาเป็นของโจทก์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2530 อันถือเป็นการบังคับตามคำพิพากษาก็ตาม แต่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์2531 ยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาหกเดือนตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงยังไม่ล่วงเลยเวลาที่จะขอให้พิจารณาใหม่ได้ตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศิริศักดิ์ ศิระโรจนกุล · จำเลย - นางเฉลิมศรี ศิระโรจนกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา