⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4201/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4201/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยทำใบรับแจ้งการตายอันเป็นเท็จแล้วนำไปเป็นหลักฐานในการแจ้งการตายต่อนายทะเบียนให้ออกมรณบัตรของ จ. และนำไปเป็นหลักฐานในการขอคืนหลักประกันที่ ป. ได้ประกันตัว จ.และเบิกความเท็จต่อศาลว่า จ.ตายไปแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,157,162(1)(4),267 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดกระทงหนึ่งและเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรกอีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,157, 162, 189, 267, 268, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 157, 162(1)(4), 267 เป็นกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 คือมาตรา 157 จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177วรรคแรก, 189 เป็นกรรมเดียวอีกกระทงหนึ่ง ลงโทษตามบทหนักที่สุดคือ มาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 2 ปี รวมสองกระทงจำคุก 7 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตโดยทำใบรับแจ้งการตายอันเป็นเท็จโดยร่วมกับนายเปลี่ยวแล้วจำเลยนำไปเป็นหลักฐานในการแจ้งการตายต่อนายทะเบียนให้ออกใบมรณบัตรของนายจิตร และนำไปเป็นหลักฐานในการขอคืนหลักประกันที่นายเปลี่ยวได้ประกันตัวนายจิตรและเบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดตรังว่านายจิตรตายไปแล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 157, 162(1)(4), 267และมาตรา 177 วรรคแรก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา137, 157, 162(1)(4), 267 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี กระทงหนึ่ง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 2 ปี อีกกระทงหนึ่งรวมสองกระทงจำคุก 7 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4201/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล โจทก์ นาย หมัดหาด โดงกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล · จำเลย - นาย หมัดหาด โดงกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 605/2511ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2747/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา