⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4355/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4355/2536

ป.พ.พ. ม.1144, 1169 · ป.วิ.แพ่ง ม.45, 55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ถือหุ้นไม่มีอำนาจฟ้องเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนของบริษัทที่นายทะเบียนดำเนินการไปตามกฎหมาย แม้จะอ้างว่าการจดทะเบียนนั้นเกิดจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสองได้อ้างเหตุเพียงว่า การที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับจดทะเบียนการเพิ่มทุน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิและเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท พ.จำกัดจากโจทก์ที่1เป็นช.แทนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องนั้น เป็นเพราะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหลงเชื่อตามรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท พ.จำกัดที่ช.และย. ร่วมกันจัดทำขึ้นโดยเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงไม่มีการประชุมกันและโจทก์ที่ 1 ก็มิได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ดังนี้ แม้จะฟังว่ารายงานการประชุมนั้นเป็นรายงานเท็จ ผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ 1ก็มิใช่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยในฐานะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องได้ โจทก์ที่ 2 เป็นเพียงผู้ถือหุ้น สิทธิของโจทก์ที่ 2 เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำกัดจึงมีอยู่เพียงการฟ้องร้องกรรมการที่ทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัทเท่านั้น หามีสิทธิฟ้องบุคคลภายนอกเกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำกัดไม่ ดังนั้น กรณีที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมเพิกถอนการจดทะเบียนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้อง หาได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ไม่ โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.45 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1169

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.45 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1169 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2526 และครั้งที่ 1/2527 ของบริษัทพี.เอส.โฮเต็ล จำกัด เพิกถอนการจดทะเบียนเพิ่มทุนและการเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัท พี.เอส.โฮเต็ล จำกัด ให้การจดทะเบียนในคำขอจดทะเบียนก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคงมีผลสมบูรณ์และบังคับจำเลยให้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 เสีย หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน มีคำสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองมีว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสองได้อ้างเหตุเพียงว่า การที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดระยองรับจดทะเบียนการเพิ่มทุนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ และเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท พี.เอส.โฮเต็ล จำกัด จากโจทก์ที่ 1 เป็นนายเชิดชัย พินธุโสภณ แทนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 ไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม2527 นั้น เป็นเพราะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหลงเชื่อตามรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2526 และครั้งที่ 1/2527 ของบริษัท พี.เอส.โฮเต็ล จำกัด ที่นายเชิดชัย และนายยงยุทธพินธุโสภณ ร่วมกันจัดทำขึ้น โดยเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงไม่มีการประชุมกันแต่อย่างใด และโจทก์ที่ 1 ก็มิได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมิได้อ้างว่า การรับจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ 1 เพราะเหตุนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการจดทะเบียนนั้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งการทำรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท พี.เอส.โฮเต็ล จำกัด ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทและนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทก็มิได้เป็นผู้จัดทำรายงานการประชุมดังกล่าว แม้จะฟังว่ารายงานการประชุมนั้นเป็นรายงานเท็จ ผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ก็มิใช่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยในฐานะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดระยองดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5ได้ ส่วนโจทก์ที่ 2 ก็เป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่มีอำนาจจัดการทำกิจการ หรือประกอบกิจการของบริษัท เพราะบริษัทจำกัดกฎหมายให้มีกรรมการจัดการตามข้อบังคับของบริษัทไว้แล้ว กรรมการบริษัทเพียงแต่อยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการได้ ในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1169 วรรคแรก ดังนั้น สิทธิของโจทก์ที่ 2 เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำกัดที่ตนถือหุ้นจึงมีอยู่เพียงการฟ้องร้องกรรมการที่ทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัทเท่านั้น หามีสิทธิฟ้องบุคคลภายนอกเกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำกัดไม่ กรณีที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมเพิกถอนการจดทะเบียนตามคำขอจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5ดังกล่าวหาได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ไม่ โจทก์ที่ 2จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยปฏิเสธไม่เพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตไม่เจตนาโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง แล้วพิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4355/2536 นาย โฆษิต พินธุโสภ ณ กับพวก โจทก์ นาย ทน ง อุทาร สกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย โฆษิต พินธุโสภ ณ กับพวก · จำเลย - นาย ทน ง อุทาร สกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7121/2539ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ