⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4357/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4357/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดนัดพิจารณาเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุอันสมควรที่ทำให้ไม่สามารถมาศาลได้นั้น ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น หากเป็นเพียงเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากการจัดการของตนเอง หรือเหตุที่สามารถป้องกันได้ ย่อมไม่ถือว่าเป็นการขาดนัดโดยไม่มีความผิด

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยอ้างว่า ถ้าจำเลยนำพยานมาสืบจะทำให้จำเลยชนะคดี เนื่องจากโจทก์ย้ายไปอยู่ที่อื่นโจทก์ไม่ฟ้องคดีภายในอายุความ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทโจทก์ได้ขายที่พิพาทให้จำเลยแล้ว โจทก์ได้เช่าที่นาของจำเลยทำกินซึ่งมีความหมายอยู่ในตัวว่าถ้ามีการพิจารณาใหม่จำเลยจะชนะคดีเป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแล้ว เหตุที่จำเลยอ้างว่าจำเลยขาดนัดเพราะติดต่อหาทนายความไม่ได้และเมื่อหาทนายความได้แล้วทนายความก็ติดว่าความคดีอื่นในวันนัดถึง 3 คดี จึงยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไม่ทันนั้น แม้จะไต่สวนได้ความจริงเช่นนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นชื่อโจทก์ จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีแต่ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาในวันเดียวกันนั้นว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นชื่อโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง บัญญัติเพียงว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยอ้างว่าถ้าจำเลยนำพยานมาสืบแก้ฟ้องได้จะทำให้จำเลยชนะคดีเนื่องจากโจทก์ย้ายไปอยู่ที่อื่นโจทก์ไม่ฟ้องคดีภายในอายุความ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาท โจทก์ได้ขายที่พิพาทให้จำเลยแล้วโจทก์ได้เช่าที่นาของจำเลยทำกิน ซึ่งมีความหมายอยู่ในตัวว่าถ้ามีการพิจารณาใหม่จำเลยจะชนะคดี เห็นได้ว่าเป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล พอที่จะให้ศาลพิเคราะห์ได้ว่าสมควรจะมีการไต่สวนตามคำขอของจำเลยหรือไม่ เหตุที่จำเลยอ้างว่าจำเลยขาดนัดเพราะติดต่อหาทนายความไม่ได้และเมื่อหาทนายความได้แล้วทนายความก็ติดว่าความคดีอื่นในวันนัดถึง 3 คดี จึงยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไม่ทันนั้น เป็นเหตุสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังมิได้วินิจฉัยมา แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยอีก เพื่อให้คดีเสร็จไปโดยรวดเร็วและเห็นว่าข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวนั้นถึงแม้จะไต่สวนได้ความจริงเช่นนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามคำร้องของจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4357/2536 นาง พุทธา วงศ์สุ่ย โจทก์ นาง สุข วงศ์ สุ่ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พุทธา วงศ์สุ่ย · จำเลย - นาง สุข วงศ์ สุ่ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1010/2520ฎีกา 2574/2556ฎีกา 3934/2530ฎีกา 813/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา