⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4670/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4670/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง และศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์หรือฎีกาได้หากเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกลักไม้เต็ง57แผ่นไม้แคมปัส 21 แผ่นแต่ในทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า ไม้ที่จำเลยทั้งหกลักไปเป็นไม้ยาง47 แผ่น ดังนี้ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง จึงต้องยกฟ้อง กรณีดังกล่าว แม้จำเลยบางคนไม่ได้อุทธรณ์และฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องถึงจำเลยเหล่านั้นได้เพราะเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันลักเอาไม้เต็ง 57 แผ่นไม้ยาว 3 เมตร 17 แผ่น และไม้ยาว 3.50 เมตร 4 แผ่น ของผู้เสียหายโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3ถึงจำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7), (11)ประกอบ มาตรา 336 ทวิ จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) ประกอบมาตรา 336 ทวิพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525มาตรา 11 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งหกให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 6นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 6กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกร่วมกันลักเอาไม้เต็ง 57 แผ่น ไม้ยาว 3 เมตร 17 แผ่น และไม้ยาว 3.50 เมตร 4 แผ่นของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดได้ไม้ของกลาง ซึ่งไม้ของกลางที่ยึดมาได้เป็นไม้เต็ง 57 แผ่น ไม้แคมปัสหนา 2 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว ยาว 3 เมตรจำนวน 17 แผ่น และไม้ชนิดและขนาดเดียวกันแต่ยาว 3.50 เมตรจำนวน 4 แผ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไม้ยาว 3 เมตร 17 แผ่นและไม้ยาว 3.50 เมตร 4 แผ่นตามฟ้อง ที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นไม้ชนิดใดนั้นก็คือไม้แคมปัสนั่นเอง ส่วนในทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า ไม้ที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 6 กับพวก ลักเอาไปเป็นไม้ยาง 47 แผ่นซึ่งแตกต่างจากที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กับพวกลักเอาไม้เต็ง 57แผ่น ไม้แคมปัส 21 แผ่น ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องกรณีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 6 กับพวกร่วมกันลักเอาไม้ของผู้เสียหายไปตามที่โจทก์ฟ้องจึงลงโทษจำเลยที่ 6ไม่ได้ เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 6 ไม่เป็นความผิด แม้จำเลยที่ 1ถึงที่ 5 ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องได้ด้วยเพราะเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4670/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ นาย สม อัน นา สา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · จำเลย - นาย สม อัน นา สา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6229/2539ฎีกา 2480/2538ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 892/2497ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา