⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4762/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4762/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายประทานบัตรทำเหมืองแร่มีผลเพียงให้สิทธิในการทำเหมืองแร่ในที่ดินนั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นการโอนสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เดิมเป็นที่ดินของ ข.และ บ. เป็นผู้ได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาท โจทก์เป็นผู้ซื้อประทานบัตรเหมืองแร่จาก บ. แม้โจทก์จะเป็นผู้ทำเหมืองแร่และครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา แต่ตามสัญญาซื้อขายประทานบัตรก็ระบุให้โจทก์ได้สิทธิผิวดินตามประทานบัตรเหมืองแร่ คือสิทธิที่จะทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาทเท่านั้น บ. ไม่ได้โอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แต่ประการใด ดังนั้นสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทยังคงเป็นของ บ. เจ้าของเดิมหรือทายาทผู้สืบสิทธิทางมรดกสืบต่อกันมา ส่วนการที่จำเลยไปสอบเขตที่ดินพิพาท และโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาก็ตาม แต่คัดค้านของโจทก์ก็อ้างสิทธิที่โจทก์พึงมีอยู่ตามประทานบัตรเหมืองแร่เท่านั้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างสิทธิอื่นใดนอกเหนือไปจากสิทธิตามประทานบัตรเหมืองแร่ดังนั้น จะถือว่าคำคัดค้านของโจทก์เป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยแจ้งไปยัง บ. หรือทายาทผู้ครอบครองว่าไม่เจตนายึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตโดยครอบครองทำประโยชน์มาเป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน ต่อมาจำเลยยื่นขอรังวัดออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์ โจทก์คัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตแจ้งให้โจทก์ทราบว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ถ้าโจทก์เห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ไปใช้สิทธิทางศาลภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้พิพากษาว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายดำรงค์ หรือเซี่ยงหุ้ย ทรัพย์ทวี ต่อมานายดำรงค์ให้นายบำรุงหรืองิมล่องทรัพย์ทวี ออกประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกในที่ดินพิพาทตามประทานบัตรเลขที่ 6522/5478 หลังจากที่นายบำรุงทำเหมืองแร่ได้ระยะหนึ่งจึงโอนขายสิทธิตามประทานบัตรการทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ระหว่างโจทก์ทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาทนายดำรงค์ได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่นางเลี่ยนซี่ผู้เป็นภรรยาและเป็นแม่ยายของจำเลย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2527 ต่อมานางเลี่ยนซี่ได้โอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย แล้วจำเลยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทตลอดมา การครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทของโจทก์ในระหว่างการทำเหมืองแร่เป็นการครอบครองแทนเจ้าของที่ดินเดิม และโจทก์มีสิทธิตามประทานบัตรทำเหมืองแร่เท่านั้น จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายบำรุงหรืองิมล่อง ทรัพย์ทวีเจ้าของเดิมที่ดินพิพาท เป็นผู้ได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2499 โจทก์ได้ซื้อประทานบัตรเหมืองแร่ของที่ดินพิพาทและที่ดินมีโฉนดอีกสองแปลงจากนายบำรุงและโจทก์ทำเหมืองแร่และครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา แม้โจทก์จะนำสืบได้ความว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทก็ตาม แต่โจทก์ก็เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามประทานบัตรเหมืองแร่ที่โจทก์ซื้อมาจากนายบำรุงเจ้าของเดิม ซึ่งตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 23 ระบุให้ผู้ซื้อคือโจทก์ได้สิทธิผิวดินตามประทานบัตรเหมืองแร่ คือสิทธิที่จะทำเหมืองแร่ในที่ดินพิพาทเท่านั้น เจ้าของเดิมผู้ขายมิได้โอนสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ผู้ซื้อด้วยแต่ประการใด ดังนั้น สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทยังคงเป็นของนายบำรุง หรือทายาทผู้สืบสิทธิทางมรดกสืบต่อกันมา ส่วนที่จำเลยไปสอบเขตที่ดินพิพาทและโจทก์ได้ยื่นคำคัดค้าน ถึงแม้คำคัดค้านดังกล่าวโจทก์ระบุว่าโจทก์ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาก็ตาม แต่คำคัดค้านของโจทก์ก็อ้างสิทธิที่โจทก์พึงมีอยู่ตามประทานบัตรเหมืองแร่ดังกล่าวประกอบคำคัดค้านเท่านั้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างสิทธิอื่นใดนอกเหนือไปจากสิทธิตามประทานบัตรเหมืองแร่ ดังนั้น จะถือว่าคำคัดค้านของโจทก์ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยแจ้งไปยังนายบำรุงหรือทายาทผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4762/2536 บริษัท เหมืองแร่ ไทย นา ประเสริฐ จำกัด โจทก์ นาย อวยชัย องศ์วิมล การ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เหมืองแร่ ไทย นา ประเสริฐ จำกัด · จำเลย - นาย อวยชัย องศ์วิมล การ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2552ฎีกา 55/2494ฎีกา 1263/2518ฎีกา 938/2503ฎีกา 1473-1474/2506ฎีกา 1609/2513ฎีกา 2074/2529ฎีกา 1101/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 6592/2537ฎีกา 7725/2540ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 600/2536ฎีกา 1284/2497ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 485/2486ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา