⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 602/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีชอบที่จะขอให้ศาลงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนจนกว่าคดีที่ตนมีส่วนได้เสียจะถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองของจำเลยเพื่อออกขายทอดตลาด แต่ศาลอีกคดีหนึ่งพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวให้ผู้ร้องตามสัญญาซื้อขาย ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280(2) และผู้ร้องชอบที่จะขอให้ศาลคดีแรกงดการขายทอดตลาดที่ดินไว้ก่อนจนกว่าคดีระหว่างผู้ร้องกับจำเลยจะถึงที่สุดตาม มาตรา 292(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์เป็นเงิน 1,500,874.78 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี โดยจำเลยยอมผ่อนชำระเดือนละไม่น้อยกว่า 22,000บาท หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดได้ทันที จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ครั้งเดียว เป็นเงิน 100,000 บาทแล้วผิดนัดตลอดมา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 13662 และ 13663 พร้อมตึกแถวอันเป็นทรัพย์ที่จำเลยจำนองไว้แก่โจทก์ โดยยึดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2533 ต่อมาผู้ร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่ยึดไว้นั้นจำเลยกับพวกได้ขายให้แก่ผู้ร้องทั้งสี่และศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยกับพวกโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ร้องทั้งสี่แล้วเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2533 ผู้ร้องทั้งสี่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 143/2533ของศาลชั้นต้น หากที่ดินที่ยึดไว้ถูกขายทอดตลาดก็จะทำให้ไม่สามารถบังคับคดีได้เมื่อคดีถึงที่สุด ทั้งผู้ร้องที่ 1 และที่ 4ยังเป็นผู้เช่าทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งจะครบกำหนดสัญญาเช่าในปี 2537ขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวไว้จนกว่าคดีระหว่างผู้ร้องทั้งสี่และจำเลยกับพวกจะถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันอนุญาตให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อนจนกว่าคดีระหว่างผู้ร้องกับจำเลยจะถึงที่สุด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่าผู้ร้องทั้งสี่ร้องขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทได้หรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสี่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสี่จึงถือว่าผู้ร้องทั้งสี่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (2)คดีนี้โจทก์บังคับคดีแก่ที่ดินและตึกแถวพิพาท ซึ่งจำเลยจำนองไว้แก่โจทก์ หากกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทเปลี่ยนไปเป็นของผู้ร้องทั้งสี่ตามคำพิพากษาอันจะถึงที่สุดในภายหลัง ซึ่งสิทธิจำนองที่โจทก์มีอยู่ในทรัพย์นั้นจะติดไปด้วยก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ทางได้เสียของโจทก์และผู้ร้องทั้งสี่แล้ว เห็นว่า ในกรณีงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวคงเพียงทำให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ล่าช้าเท่านั้นแต่ทรัพย์อาจมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโจทก์สามารถบังคับเอาดอกเบี้ยได้อยู่แล้ว และในกรณีที่ผู้ร้องทั้งสี่เป็นผู้ชนะคดีในชั้นที่สุด ถ้าผู้ร้องทั้งสี่ต้องการทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นกรรมสิทธิ์ผู้ร้องทั้งสี่อาจยินยอมชำระหนี้จำนองโดยโจทก์ไม่จำเป็นต้องบังคับคดี แต่ถ้าไม่งดการบังคับคดีไว้ และผู้อื่นเป็นผู้ซื้อทรัพย์ไป ย่อมทำให้ผู้ร้องทั้งสี่ยากที่จะบังคับคดีเอาคืนได้..." พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2536 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์ นาย ประทีป เจ็ง บำเพ็ญทาน กับพวก ผู้ร้อง นาย ณ รงค์ฤทธิ์ อมรพิมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · ผู้ร้อง - นาย ประทีป เจ็ง บำเพ็ญทาน กับพวก · จำเลย - นาย ณ รงค์ฤทธิ์ อมรพิมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2280/2559ฎีกา 4794/2534ฎีกา 1085/2525ฎีกา 1897/2512ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 651/2518ฎีกา 68/2529ฎีกา 1634/2532ฎีกา 98/2560ฎีกา 2747/2534ฎีกา 1533/2525ฎีกา 6360/2534ฎีกา 3803/2551ฎีกา 5053/2533ฎีกา 4143/2535ฎีกา 2207/2533ฎีกา 4309/2534ฎีกา 3275/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ