คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ มีผลผูกพันคู่สัญญาจนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญา
2. การที่คู่สัญญามีการชำระหนี้เพื่อลดหนี้และปลดหลักประกันบางส่วน ถือเป็นการแสดงเจตนาว่าไม่ประสงค์ให้สัญญาบัญชีเดินสะพัดมีผลต่อไป และสัญญาเป็นอันสิ้นสุดลงนับแต่วันที่มีการชำระหนี้นั้น
ย่อคำพิพากษา
สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีมิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้จึงใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญา
การที่โจทก์ตกลงกับจำเลยให้ชำระหนี้เพื่อลดหนี้ลงและปลดจำนองทรัพย์สินที่จำนองเป็นประกันไว้ไปบางรายการและได้มีการชำระหนี้บางส่วนตามที่ตกลงกันไว้เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะให้มีการเดินสะพัดบัญชีกันอีกต่อไป สัญญาบัญชีเดินสะพัดจึงเป็นอันสิ้นสุดลงในวันที่มีการชำระหนี้บางส่วนนั้น หลังจากนั้นโจทก์จะคิดดอกเบี้ยทบต้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - บริษัทโล้วเฮงหมงท่าเรือ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกำพล ภู่สุดแสวง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา