⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1277/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงภาพถ่ายในหนังสือเดินทางราชการ ทำให้ความหมายที่แท้จริงของเอกสารเปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นการปลอมเอกสารราชการ และการนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร เป็นความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งการกระทำแต่ละครั้งที่ใช้เอกสารปลอมนั้น ถือเป็นความผิดคนละกรรมกัน

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเอาหนังสือเดินทางซึ่งกระทรวงต่างประเทศออกให้แก่ส.มาแกะเอาภาพถ่ายของส.ที่ปิดอยู่ปกหน้าด้านในออกแล้วเอาภาพถ่ายของจำเลยปิดลงไปแทน แม้ภาพถ่ายจะไม่ใช่เอกสารแต่เมื่อนำไปปิดในหนังสือเดินดังกล่าวย่อมทำให้ความหมายที่แท้จริงเปลี่ยนแปลงไปว่าจำเลยคือนาย ส. และเป็นหนังสือเดินทางที่กระทรวงต่างประเทศออกให้แก่จำเลยโดยตรง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปลอมเอกสารราชการและเมื่อจำเลยนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเดินทางออกไปและเข้ามาในราชอาณาจักร ย่อมมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมด้วย จำเลยใช้หนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออกคนละคราวกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ครั้งแรกจำเลยปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอมด้วย มีความผิดตามมาตรา 265 และมาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง กระทงหนึ่ง ครั้งที่สองจำเลยเพียงแต่ใช้เอกสารปลอมฉบับเดิม มิได้ทำปลอมขึ้นใหม่มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมอย่างเดียวตามมาตรา268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 264 อีกกระทงหนึ่งเรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33, 83, 91, 264, 265, 268 ริบหนังสือเดินทางของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา265 ซึ่งเป็นบทหนักและผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ปลอมและเป็นผู้ใช้ จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 รวม 2 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษแต่ละกระทงจำคุก 1 ปี รวมลงโทษทั้ง 2 กระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือขอให้รอการลงโทษหรือขอให้รอการกำหนดโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยจะมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามฟ้องโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่จำเลยเอาหนังสือเดินทางซึ่งกระทรวงการต่างประเทศออกให้แก่นายสิทธิชัย หอมพวงษ์มาแก้ไขโดยแกะเอาภาพถ่ายของนายสิทธิชัย หอมพวงษ์ ที่ปิดอยู่ในปกหน้าด้านในออกแล้วเอาภาพถ่ายของจำเลยปิดลงไปแทนนั้น แม้ภาพถ่ายจะไม่ใช่เอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(7) ก็ตามแต่เมื่อนำไปปิดลงในหนังสือเดินทางดังกล่าว ย่อมทำให้ความหมายที่แท้จริงของหนังสือเดินทางปรากฏเปลี่ยนแปลงไปว่าจำเลยคือนายสิทธิชัย หอมพวงษ์ และเป็นหนังสือเดินทางที่กระทรวงการต่างประเทศออกให้แก่จำเลยโดยตรง ภาพถ่ายของจำเลยที่ไม่เป็นเอกสารจึงเกิดเป็นเอกสารหนังสือเดินทางของนายสิทธิชัย หอมพวงษ์กลายเป็นหนังสือเดินทางของจำเลยเองการกระทำของจำเลยจึงเป็นการปลอมเอกสารราชการ เมื่อจำเลยนำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเดินทางออกไปและเข้ามาในราชอาณาจักรย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามฟ้องจำเลยใช้หนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออกคนละคราวกัน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันครั้งแรกจำเลยปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมด้วย จึงมีความผิดตามมาตรา 265และมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ให้ลงโทษตามมาตรา 268วรรคสอง กระทงหนึ่ง ส่วนครั้งที่สองจำเลยเพียงแต่ใช้เอกสารราชการปลอมฉบับเดิมเท่านั้น มิได้ทำปลอมขึ้นใหม่ จึงมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมอย่างเดียวตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265อีกกระทงหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น จำเลยเป็นชาวชนบทได้ปลอมเอกสารราชการด้วยการเอาหนังสือเดินทางที่แท้จริงของนายสิทธิชัย หอมพวงษ์ มาแกะเอาภาพถ่ายของนายสิทธิชัยออกแล้วเอาภาพถ่ายของจำเลยปิดลงไปแทนเท่านั้น มิได้แก้ไขข้อความอื่นใดในหนังสือเดินทางด้วยแต่อย่างใดสมควรปรานีลงโทษสถานเบาแต่ไม่ควรรอการลงโทษ" พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง กระทงหนึ่ง และ มาตรา 268วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทงเป็นจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย6 เดือน ริบของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย พจน์ อิ่น แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย พจน์ อิ่น แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 8297/2540ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 831/2532ฎีกา 2664/2520ฎีกา 581/2527ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ