⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 139/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว โดยไม่ลงโทษปรับด้วยก็ได้ และการรอการลงโทษจำคุกก็ยังคงกระทำได้.

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 ได้ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในกรณีที่ความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษจำคุกและปรับ ถ้าศาลเห็นสมควรก็อาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว โดยไม่ลงโทษปรับด้วยก็ได้ และก็มิได้หมายความว่าหากลงโทษจำคุกสถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับแล้วศาลต้องลงโทษจำคุกจำเลยไปทีเดียว จะรอการลงโทษไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 จำนวน 1 หลอด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 0.01 กรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 67, 102 และขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก, 67 วางโทษจำคุก1 ปี คำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 8 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 คุมความประพฤติโดยให้จำเลยรายงานต่อพนักงานคุมประพฤติเดือนละครั้งมีกำหนด 1 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในข้อกฎหมายว่าความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15 วรรคแรก ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ระวางโทษจำคุกและปรับ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษจำคุกเพียงอย่างเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 แล้วใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้รอการลงโทษจำคุกโดยไม่ปรับด้วยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 20 บัญญัติว่า "บรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้"บทบัญญัติมาตรานี้มีความหมายว่าในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรก็อาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับด้วยได้ และมิได้หมายความว่าหากลงโทษจำคุกสถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับแล้วศาลต้องลงโทษจำคุกจำเลยไปทีเดียว จะรอการลงโทษไม่ได้ดังที่โจทก์ฎีกา เพราะถ้ากรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 แล้ว ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยได้อีกด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร โจทก์ นาย บุญ เกิด มี ชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร · จำเลย - นาย บุญ เกิด มี ชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4887/2543ฎีกา 21554/2556ฎีกา 179/2470ฎีกา 702/2547ฎีกา 6465/2547ฎีกา 1344/2530ฎีกา 740/2483ฎีกา 5848/2534ฎีกา 3287/2533ฎีกา 1204/2524ฎีกา 2656/2557ฎีกา 2096/2539ฎีกา 145/2540ฎีกา 2607/2525ฎีกา 770/2550ฎีกา 5901/2539ฎีกา 2409/2524ฎีกา 533/2471ฎีกา 3584/2557ฎีกา 21427/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ