⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 145/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยแล้ว แม้จะให้รอการลงโทษไว้ก็ตาม จำเลยก็อาจถูกลงโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ได้หากกระทำผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ หรือกระทำความผิดอาญาที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษภายในกำหนดเวลาที่รอการลงโทษ

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยแล้วแม้จะให้รอการลงโทษจำคุกไว้ก็ตามจำเลยก็อาจถูกศาลลงโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ได้เมื่อจำเลยกระทำผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติหรือเมื่อไปกระทำความผิดอาญาที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือที่มิใช่ความผิดลหุโทษภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา57และ58ฉะนั้นการที่ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้จึงถือว่าศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา20แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กับให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดตลอดเวลาที่ถูกคุมประพฤติ โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยไว้ 1 ปี แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี โดยมิได้ลงโทษปรับจำเลยด้วยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20เพราะความผิดของจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 67 มีทั้งโทษจำคุกและปรับนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยแล้ว แม้ว่าศาลชั้นต้นจะให้รอการลงโทษจำคุกไว้ก็ตาม จำเลยก็อาจถูกศาลลงโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้นั้นได้เมื่อจำเลยกระทำผิดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยหรือเมื่อจำเลยไปกระทำความผิดอาญาที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือที่มิใช่ความผิดลหุโทษภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 57 และ 58 กรณีที่ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้จึงถือได้ว่าศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 แล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2540 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นาย พงษ์ศักดิ์ พงษ์ไพบูลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นาย พงษ์ศักดิ์ พงษ์ไพบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4887/2543ฎีกา 21554/2556ฎีกา 179/2470ฎีกา 702/2547ฎีกา 139/2537ฎีกา 6465/2547ฎีกา 1344/2530ฎีกา 740/2483ฎีกา 5848/2534ฎีกา 3287/2533ฎีกา 1204/2524ฎีกา 2656/2557ฎีกา 2096/2539ฎีกา 2607/2525ฎีกา 770/2550ฎีกา 5901/2539ฎีกา 2409/2524ฎีกา 533/2471ฎีกา 3584/2557ฎีกา 21427/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ