⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 770/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 ให้คำนวณจากโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลังก่อน แล้วจึงเพิ่มโทษหนึ่งในสามของโทษนั้น ความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ศาลจะลงโทษจำคุกเพียงสถานเดียวก็ได้ แต่จะลงโทษปรับเพียงสถานเดียวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นการเพิ่มโทษหนึ่งในสามของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลังเมื่อจำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จึงต้องระวางโทษตามมาตรา 335 วรรคสอง มาคำนวณประกอบกับระวางโทษตามมาตรา 336 ทวิ เพื่อกำหนดโทษสำหรับความผิดในคดีนี้ แล้วจึงเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ความผิดที่จำเลยกระทำกฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกเพียงสถานเดียวก็ได้แต่ลงโทษปรับเพียงสถานเดียวไม่ได้ ตามป.อ. มาตรา 20

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.20 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2548 เวลากลางคืนหลังเที่ยงถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2548 เวลากลางวันก่อนเที่ยงต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันลักแผ่นเหล็กแบบก่อสร้างขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร จำนวน 18 แผ่น รวมราคา 5,400 บาท ของนายเนียน มีเปี่ยม ผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยจำเลยกับพวกร่วมกันใช้รถกระบะหมายเลขทะเบียน บฉ 8256 สุโขทัย ที่เตรียมมาเป็นยานพาหนะบรรทุกแผ่นเหล็กแบบก่อสร้างที่จำเลยกับพวกร่วมกันลักไปดังกล่าวเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ, 92 และเพิ่มโทษจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่าการเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 นั้น ให้เพิ่มโทษหนึ่งในสามของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง ซึ่งในคดีนี้จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จึงต้องนำระวางโทษตามมาตรา 335 วรรคสอง มาคำนวณประกอบกับระวางโทษตามมาตรา 336 ทวิ เพื่อกำหนดโทษสำหรับความผิดในคดีนี้ แล้วจึงเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำเลยจึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและลงโทษปรับเพียงสถานเดียวนั้น เห็นว่า ความผิดที่จำเลยกระทำกฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกแต่เพียงสถานเดียวก็ได้ แต่จะลงโทษปรับเพียงสถานเดียวไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 ที่จำเลยใช้เงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย และศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดโทษจำเลยก่อนเพิ่มโทษและลดโทษให้จำคุกเพียง 2 ปี เหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2550 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายหัส สีขาว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นายหัส สีขาว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · พิทักษ์ คงจันทร์ · ปรีดา พูนคำ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4436/2549ฎีกา 4887/2543ฎีกา 528/2470ฎีกา 293/2507ฎีกา 130/2527ฎีกา 1524/2500ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7366/2552ฎีกา 21554/2556ฎีกา 2591/2540ฎีกา 6660/2539ฎีกา 928/2517ฎีกา 179/2470ฎีกา 7451/2548ฎีกา 2076/2545ฎีกา 861/2509ฎีกา 1561/2549ฎีกา 702/2547ฎีกา 139/2537ฎีกา 6465/2547ฎีกา 2220/2547ฎีกา 1344/2530ฎีกา 6522/2560ฎีกา 927/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา