⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2129/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้ แม้โจทก์จะฟ้องในข้อหาปล้นทรัพย์ หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร โดยถือเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียดที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และไม่เป็นเรื่องเกินคำขอ ทั้งนี้ การที่พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนจำเลยในข้อหาดังกล่าว เป็นเพียงข้อจำกัดในการที่พนักงานอัยการจะนำคดีมาฟ้องเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณากลับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2กระทำความผิดฐานรับของโจร ดังนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม บัญญัติว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียดมิให้ถือว่าแตกต่างในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอ หรือเป็นข้อหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จึงชอบที่ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานรับของโจรได้ ส่วนการที่พนักงานสอบสวน มิได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาฐานรับของโจรเป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามมิให้พนักงานอัยการนำคดีในข้อหาดังกล่าวมาฟ้องต่อศาลเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกโดยมีอาวุธปืนพกติดตัวได้ร่วมกันปล้นเอารถจักรยานยนต์ 1 คัน ราคา 30,000 บาท ของนายสุนัน สอนคำ ผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 83 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก (ที่ถูกมาตรา 357 วรรคสอง)ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในประการต่อมาว่าศาลล่างทั้งสองไม่มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานรับของโจร เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2และไม่ได้ทำการสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานรับของโจรทั้งเป็นการพิพากษานอกเหนือคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องแตกต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาในข้อหาสาระสำคัญจนไม่อาจจะรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้นั้น เห็นว่าการที่พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาฐานรับของโจรเป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามมิให้พนักงานอัยการนำคดีมาฟ้องในข้อหาดังกล่าวเท่านั้น เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณากลับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานรับของโจร ข้อแตกต่างดังกล่าวประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม บัญญัติบังคับไว้ว่าเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียด มิให้ถือว่าแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้หลงต่อสู้ ชอบที่ศาลล่างทั้งสองจะลงโทษจำเลยที่ 2 ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา คือข้อความผิดฐานรับของโจรได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี โจทก์ นาย สนธยา ชัยพิมาย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี · จำเลย - นาย สนธยา ชัยพิมาย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ