คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยและพวกที่ร่วมกันวางแผนหลอกลวงผู้ตายไปฆ่า ถือเป็นการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้ศาลฎีกาจะปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง แต่ไม่อาจลงโทษจำเลยให้หนักกว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ หากโจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษ
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยกับพวกร่วมกันวางแผนหลอกผู้ตายออกมาจากร้านอาหารไปที่ถนนริมคลองชลประทานที่เกิดเหตุ แล้วพวกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย หลังจากฆ่าผู้ตายแล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไปด้วยกัน ถือได้ว่าเป็นการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แต่โจทก์ก็มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจำเลยให้หนักไปกว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ แต่มีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · จันทร์เปา - นายคำมูลหรืออ้วน · จำเลย - หรือจันเปาหรือจันปาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสภณ รอดหิรัญ · มงคล สระฏัน · สนัด หมายสวัสดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหล่มสัก - นางปวีณา เจดีย์วงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา