คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2355/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งทำหนังสือรับสภาพหนี้แทนอีกบุคคลหนึ่ง โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้มอบอำนาจให้ ถือว่าไม่มีมูลหนี้ระหว่างผู้ทำหนังสือรับสภาพหนี้กับผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ และผู้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนเจ้าหนี้ที่แท้จริง
ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยให้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นหนี้เงินกู้มารดาโจทก์ โจทก์ทำหนังสือรับสภาพหนี้แทนมารดาโจทก์ให้จำเลยลงชื่อ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีในนามของตนเองโดยมิได้รับมอบอำนาจจากมารดาโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์นำสืบและอ้างในคำแก้ฎีกาว่า มารดาโจทก์ยกหนี้รายนี้ให้โจทก์โดยโจทก์มิได้ฟ้องตั้งประเด็นเช่นนั้น แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฉัตรชัย สุดจริตธรรมจริยางกูร · จำเลย - นายศรี เงินคล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายพิศิฏฐ์ สุดลาภา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายมงคล คุปต์กาญจนากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา