คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ในความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ย่อมถือว่าได้ร้องทุกข์ในความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันนั้นด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและศาลมีอำนาจลงโทษในความผิดนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่า ข้อหาความผิดฐานบุกรุกกับข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกัน และเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน การที่ได้ร้องทุกข์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แล้วก็เท่ากับได้ร้องทุกข์ในข้อหาความผิดฐานบุกรุกด้วย เมื่อมีการสอบสวนในความผิดทั้งสองข้อหานี้แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องทั้งสองข้อหา และศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดฐานบุกรุกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายคำรณ ศักดิ์บุญญรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายระบิล จันทรภิรมย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา