คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น หากจำเลยมิได้คัดค้าน ศาลย่อมมีอำนาจอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ และหากจำเลยมิได้ยกประเด็นข้อพิพาทอันเกี่ยวกับการแก้ฟ้องขึ้นกล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นนั้น
ย่อคำพิพากษา
สืบพะยานโจทก์หมดแล้วโจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ และถ้าจำเลยไม่ได้ยกประเด็นเรื่องแก้ฟ้องขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์แล้ว ศาลอุทรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตาม ม.๓๒๗ - ๓๒๘ จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพะยานโจทก์หมดแล้ว(พะยาน ๔ ปาก) โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ลงโทษตาม ม.๓๓๙ (๒)
ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยๆ ว่าไม่ได้ทำผิดดังคำร้อง ต่อจากนั้นจำเลยก็นำพะยานเข้าสืบปฏิเสธข้อหาเดิมและข้อหาเพิ่มเติม
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๓๙(๒)
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้อง เมื่อสืบพะยานโจทก์หมดแล้ว เป็นการเอาเปรียบจำเลย ทำให้จำเลยเข้าใจผิดหลงต่อสู้คดีต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๖๔ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลฏีกาเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยขอให้ศาลพิจารณาถ้อยคำพะยานโจทก์ตอนที่ว่าด่าให้ถี่ถ้วน จำเลยมิได้กล่าวเป็นกิจจะลักษณว่าหลงต่อสู้ ในชั้นศาลชั้นต้นจำเลยก็มิได้คัดค้านว่าไม่ควรอนุญาต จำเลยได้นำพะยานมาสืบแก้ข้อหาเพิ่มเติมแล้ว แสดงว่าไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จึงพิพากษาย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามคำขอในอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2481
อัยการสิงหบุรี โจทก์
นายเชียง บุญริด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสิงหบุรี · จำเลย - นายเชียง บุญริด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา