⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2974/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2974/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานสอบสวนมีอำนาจรับคำร้องทุกข์ได้ แม้จะไม่มีอำนาจสอบสวนในความผิดนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาปัญหาว่าพนักงานสอบสวนผู้รับคำร้องทุกข์ไว้จะมีอำนาจรับคำร้องทุกข์นั้นหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาปัญหาว่าพนักงานสอบสวนผู้นั้นจะมีอำนาจสอบสวนในความผิดเรื่องนั้นด้วยหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 124มิได้บังคับให้ร้องทุกข์เฉพาะต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนเสมอไปเหตุนี้ พนักงานสอบสวนในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง ซึ่งแม้จะมิได้มีอำนาจทำการสอบสวนในคดีใดเลย ก็ยังมีอำนาจรับคำร้องทุกข์ในคดีนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.124 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็ค ๓ ฉบับของธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาเจริญพาสน์ และสาขาธนบุรี มอบให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้โจทก์นำเช็คไปเบิกเงิน ณ ธนาคารที่กล่าวแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งนี้ จำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฯลฯ เหตุเกิดที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเจริญพาสน์ ตำบลริรัฐรูจี อำเภอบางยี่เรือ(น่าจะเป็นอำเภอธนบุรี) และที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาธนบุรีตำบลสมเด็จเจ้าพระยา อำเภอคลองสาน นครหลวงฯ ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การร้องทุกข์ไม่ชอบด้วยกฎหมายคดีของโจทก์จึงขาดอายุความ และปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งจะรับคำร้องทุกข์ต้องเป็นผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายซึ่งถ้าเป็นพนักงานสอบสวนก็ต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘ ความผิดคดีนี้เกิดขึ้นในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือและสถานีตำรวจนครบาลคลองสาน โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์หรือสำราญราษฎร์ ซึ่งไม่มีอำนาจเกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้น จึงเป็นการไม่ชอบ เท่ากับไม่มีการร้องทุกข์ คดีของโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีที่จำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ถือได้ว่าเป็นความผิดที่กระทำต่อเนื่องกันระหว่างสถานที่ที่จำเลยออกเช็คกับสถานที่ที่ธนาคารจ่ายเงิน พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่จำเลยออกเช็คมีอำนาจสอบสวนได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๑๐/๒๕๐๘ คดีนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยได้ออกเช็คในท้องที่ของสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์หรือสำราญราษฎร์จริงหรือไม่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบเสียก่อน หากจำเลยได้ออกเช็คในท้องที่ดังกล่าวจริงพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่จำเลยออกเช็คย่อมมีอำนาจสอบสวนและรับคำร้องทุกข์ได้พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาให้เสร็จสิ้นแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้ร้องทุกข์โดยชอบแล้วหรือไม่ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่าการพิจารณาปัญหาว่าพนักงานสอบสวนผู้รับคำร้องทุกข์ไว้จะมีอำนาจรับคำร้องทุกข์นั้นหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาปัญหาว่าพนักงานสอบสวนผู้นั้นจะมีอำนาจสอบสวนในความผิดนั้นด้วยหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๔ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวนและเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้ และเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้รับคำร้องทุกข์ไว้จะต้องส่งคำร้องทุกข์ไปยังพนักงานสอบสวนจึงเห็นได้ว่า กฎหมายมิได้บังคับให้ร้องทุกข์เฉพาะต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนเสมอไป โดยเหตุนี้พนักงานสอบสวนในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง ซึ่งแม้จะมิได้มีอำนาจทำการสอบสวนในคดีใดเลยก็ยังมีอำนาจรับคำร้องทุกข์ในคดีนั้นได้ ฉะนั้นปัญหาในคดีนี้ที่ว่าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์หรือสำราญราษฎร์จะมีอำนาจสอบสวนคดีนี้หรือไม่ จึงไม่สำคัญในการที่จะวินิจฉัยปัญหาว่ามีการร้องทุกข์หรือไม่ หากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลแห่งใดรับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ก็ถือว่าเป็นการร้องทุกข์โดยชอบ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๓๔/๒๕๐๓ พิพากษายืนในผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2974/2516 นายบุญส่ง ภักตร์อินทร์ โจทก์ นางกรองจิตต์ เตมีย์ศิลปิน หรือนางกรองจิตต์ ปัทมินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญส่ง ภักตร์อินทร์ · จำเลย - นางกรองจิตต์ เตมีย์ศิลปิน หรือนางกรองจิตต์ ปัทมินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวรา ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูมิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1/2481ฎีกา 5603/2542ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 5790/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา