คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์นั้น จะต้องมีการสอบสวนตามกฎหมายก่อน จึงจะฟ้องคดีได้
ย่อคำพิพากษา
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยหาว่ากระทำอนาจาร ครั้งสืบพะยานโจทก์ได้ 3 ปาก โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยพยายามชิงทรัพย์อีกกะทงหนึ่งโดยอาศัยข้อความที่ได้จากการพิจารณาของศาลดังนี้ ศาลตัดสินยกฟ้องเพราะข้อหาเรื่องพยายามชิงทรัพย์นี้ไม่มีการสอบสวนตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ชั้นเดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีสาตราวุธจับข้อมือ นาง ก. เพื่อกระทำอนาจาร ขอให้ลงโทษ ครั้นสืบพะยานโจทก์ไปได้ ๓ ปากแล้ว โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องมีใจความว่าปรากฎตามทางพิจารณาของศาลว่า จำเลยมีกิริยากระทำผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ของ ก. อีกกะทงหนึ่ง
ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๘,๖๐ ฐานพยายามชิงทรัพย์ตามฟ้องเพิ่มเติมโจทก์
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าตามศาลอุทธรณ์ว่าตามคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์นั้นอาศัยจากการพิจารณาของศาลนั่นเอง หาได้อาศัยจากการสอบสวนไม่ ทั้งการสอบสวนในความผิดฐานชิงทรัพย์ก็ไม่ปรากฎว่าได้กระทำกัน อัยยการจึงมิชอบที่จะยื่นฟ้องโดยไม่มีการสอบสวนในฐานความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ เพราะขัดกับหลักตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๒๐ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในฐานนี้เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2481
อัยยการประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายดี ใหญ่เยี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายดี ใหญ่เยี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงศิริ จะไวนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยานันถวิลฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา