คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2789/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาให้เปิดทางภาระจำยอมในที่ดินแปลงหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องระบุเลขโฉนดที่ดินแปลงนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าทางพิพาทคือทางที่ขอให้เปิดตามคำฟ้อง และการพิพากษาดังกล่าวไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
ย่อคำพิพากษา
แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 2822 มีการรังวัดแบ่งแยกก่อนฟ้อง และทางพิจารณาโฉนดเลขที่ 2822 ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่ก็ไม่ปรากฏว่าทางพิพาทมีอยู่ในแห่งอื่นอีก และโฉนดเลขที่ 5977 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ไปจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมนั้นก็แบ่งแยกมาจากโฉนดเลขที่ 2822 ที่โจทก์ฟ้องย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า ทางพิพาทที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องก็คือทางพิพาทที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองเปิดทางตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ทั้งการที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเปิดทางพิพาทนั้น ไม่จำเป็นต้องระบุโฉนดเลขที่ ทางพิพาทก็มีผลบังคับได้อยู่แล้ว ดังนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเปิดทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 5977 จึงหาเป็นการพิพากษาเกินคำขอไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางรัชนี นาคศรีสุข · จำเลย - นายเลิศ มานะศักดิ์นนท์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายวีระศักดิ์ นิศามณี · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สุทธิสมบูรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา