⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2967/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2967/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์เป็นเพียงหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้รับจ้างทำงานก่อสร้างตามสัญญา หากมีกำไร กำไรนั้นย่อมเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น จะถือว่าโจทก์มีกำไรไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้งขอแบ่งผลกำไรจากโจทก์ หรือนำผลกำไรดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้ตามเช็คที่ต้องชำระแก่โจทก์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์กับจำเลยเป็นหุ้นส่วนรับจ้างทำงานก่อสร้างจากทางราชการและมีผลกำไรจากการก่อสร้าง โจทก์จึงต้องแบ่งผลกำไรให้แก่จำเลยและเมื่อยอดเงินตามเช็คน้อยกว่าส่วนแบ่งผลกำไรของจำเลย โจทก์จึงต้องชำระเงินคืนแก่จำเลย ดังนี้ เมื่อผู้รับจ้างทำงานก่อสร้างตามสัญญาจ้างดังกล่าวคือห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ซึ่งเป็นนิติบุคคลโจทก์เป็นเพียงหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวซึ่งในการก่อสร้างนั้นหากจะมีกำไรจริง ผู้ที่ได้รับกำไรก็คือห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. จะถือว่าโจทก์มีกำไรไม่ได้เพราะเป็นคนละคนกัน เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวต่างหาก จำเลยหามีสิทธินำหนี้ตามเช็คที่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์มาหักหนี้กับโจทก์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1015

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีถึงวันฟ้องจำนวน 84,680 บาท และดอกเบี้ยของต้นเงิน 81,000 บาท นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์กับจำเลยได้ตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนกันเพื่อรับเหมางานก่อสร้างที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสงครามในขณะทำการก่อสร้าง จำเลยได้ขอเบิกเงินจากโจทก์เป็นเงิน 81,000 บาทและจำเลยได้ออกเช็คฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ โดยมิได้ลงวันที่ เดือน ปี และมีข้อตกลงว่าเมื่อรับงานใหม่แล้วก็จะได้นำเช็คฉบับดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กันงานก่อสร้างดังกล่าวได้กำไร 1,500,000 บาท จำเลยมีสิทธิได้เงินจากโจทก์ 750,000 บาท ดังนั้น จำเลยจึงได้มีคำสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็ค และขอแสดงเจตนาเอาเงินตามเช็ค 81,000 บาท หักออกจากเงินที่จำเลยมีสิทธิได้จากโจทก์ 750,000 บาท โจทก์จึงเป็นหนี้จำเลย669,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและขอให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 669,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชิดชูเจริญก่อสร้าง ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเรือนจำจังหวัดสมุทรสงครามแต่เพียงผู้เดียว ไม่เคยตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย และที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มีกำไรถึง 1,500,000 บาทไม่เป็นความจริง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 81,000บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยเมื่อคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 3,680 บาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ในการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดสมุทรสงครามตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.3มีกำไรประมาณ 1,500,000 บาท โจทก์จึงต้องนำผลกำไรมาแบ่งให้จำเลยจำนวน 750,000 บาท และเมื่อนำเงินตามเช็คเอกสารหมาย จ.1 จำนวน81,000 บาท มาหักจากยอดเงินดังกล่าว คงเหลือเงินที่จำเลยมีสิทธิได้รับจำนวน 669,000 บาทนั้น ปรากฏตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.3ว่า ผู้รับจ้างทำการก่อสร้างตามสัญญาจ้างดังกล่าวคือห้างหุ้นส่วนจำกัด เชิดชูเจริญก่อสร้างซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์เป็นเพียงหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว การรับเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างเป็นเรื่องของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชิดชูเจริญก่อสร้าง โจทก์หามีสิทธิได้รับค่าจ้างเป็นส่วนตัวไม่ดังนั้น ในการก่อสร้างดังกล่าว หากจะมีกำไรผู้ที่ได้รับกำไร ก็คือห้างหุ้นส่วนจำกัดเชิดชูเจริญก่อสร้าง จะถือว่าโจทก์มีกำไรไม่ได้เพราะเป็นคนละคนกัน จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าการก่อสร้างตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.3 ผู้รับจ้างมีกำไรหรือไม่ เพราะแม้ผู้รับจ้างคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชิดชูเจริญก่อสร้างมีกำไรและจำเลยเป็นหุ้นส่วนในการก่อสร้างกับห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวต่างหากจำเลยหามีสิทธินำหนี้ตามเช็คที่ต้องชำระแก่โจทก์มาหักหนี้กับโจทก์ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องแย้ง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้จำเลยฎีกาขอให้บังคับโจทก์ตามฟ้องแย้งเท่านั้นมิได้ฎีกาขอให้ยกฟ้องด้วย แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาสำหรับจำนวนทุนทรัพย์ตามฟ้องมาด้วย จำเลยจึงเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเกินมา 2,117.50 บาท" พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยเสียเกินมา 2,117.50บาท แก่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2967/2537 นาย ประจวบ เชิด ชู โจทก์ นาย อวยชัยหรือชุน ตั้ง สมบูรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประจวบ เชิด ชู · จำเลย - นาย อวยชัยหรือชุน ตั้ง สมบูรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชาติ ศรีแสง · นิเวศน์ คำผอง · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8753/2556ฎีกา 916/2509ฎีกา 2082/2543ฎีกา 734/2502ฎีกา 1180/2511ฎีกา 871/2511ฎีกา 489/2489ฎีกา 4554/2559ฎีกา 7063/2539ฎีกา 5645/2546ฎีกา 4546/2540ฎีกา 41/2509ฎีกา 3250/2545ฎีกา 4551/2547ฎีกา 352/2511ฎีกา 1588/2523ฎีกา 1910/2538ฎีกา 5674/2530ฎีกา 2654/2519ฎีกา 351/2507ฎีกา 1852/2517ฎีกา 470/2519ฎีกา 2510/2516ฎีกา 5410/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ