⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3864/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3864/2537

ป.อาญา ม.80, 83, 288 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ถีบผู้เสียหายภายหลังการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่ถือว่าเป็นการร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหาย เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานเพียงพอว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาหรือร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 มาตั้งแต่ต้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองไปงานเทศกาลทำบุญวันสารท ที่วัด ไม่ได้เจตนาร่วมกันไปฆ่าผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก เมื่อพบผู้เสียหายที่หน้าศาลาการเปรียญ จำเลยที่ 1 เข้าไปเอาอาวุธปืนจ่อขมับผู้เสียหายเป็นเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 ไม่คาดคิดมาก่อน โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองปรึกษาร่วมกันฆ่าผู้เสียหายมาก่อนหรือในขณะนั้นเพียงแต่เมื่อกระสุนปืนลั่นถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 เมื่อ ส. เข้าไปช่วยยกผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุจำเลยที่ 2 จึงกระโดดเข้าไปถีบผู้เสียหาย เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทำของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกันเนื่องจากมาวัดด้วยรถจักรยานยนต์ด้วยกัน และหนีไปหลังจากมีคนมาแยกผู้เสียหายออกจากจำเลยทั้งสองแล้ว พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหาย ฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 2ทำร้ายผู้เสียหายไม่ถึงกับเกิดอันตรายแก่กาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.391

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.391 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 80, 288 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วย มาตรา 80, 83 จำเลยที่ 2กระทำความผิดในขณะอายุไม่เกิน 20 ปี เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ให้จำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 12 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ให้จำคุก 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองไปงานเทศกาลทำบุญวันสารท ที่วัดปากสระ ไม่ได้เจตนาร่วมกันไปฆ่าผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก เมื่อพบผู้เสียหายที่หน้าศาลาการเปรียญจำเลยที่ 1 เข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อที่ขมับซ้ายของผู้เสียหายผู้เสียหายปัด กระสุนปืนจึงลั่น เป็นเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2ไม่คาดคิดมาก่อน โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองปรึกษาร่วมกันฆ่าผู้เสียหายมาก่อนหรือในขณะนั้น เพียงแต่เมื่อกระสุนปืนลั่นถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 ได้ส่วนกระบอกปืนไป จำเลยที่ 1 ก็กำส่วนด้ามปืนไว้ เมื่อนายสว่างเข้าไปช่วยยกผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 จึงกระโดดเข้าไปถีบผู้เสียหายซึ่งเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กระทำเพียงถีบผู้เสียหายเท่านั้นแม้จำเลยที่ 2 จะหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ก็เนื่องจากมาวัดปากสระด้วยรถจักรยานยนต์ด้วยกัน และหนีไปหลังจากมีคนมาแยกผู้เสียหายออกจากจำเลยทั้งสองแล้ว ไม่ใช่หลบหนีเพราะกลัวคนเห็นหรือฆ่าผู้เสียหายได้สำเร็จ พฤติการณ์ดังได้วินิจฉัยมายังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหาย คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 ได้เข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยถีบผู้เสียหายเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายจากการกระทำของจำเลยที่ 2 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3864/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง โจทก์ นาย วินิชหรือวินิจ อิสโม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง · จำเลย - นาย วินิชหรือวินิจ อิสโม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมภพ โชติกวณิชย์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4949/2540ฎีกา 1957/2514ฎีกา 296-305/2481ฎีกา 4325/2562ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 5840/2544ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6252/2531ฎีกา 122/2481ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 1560/2529ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา