⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 388/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่ ทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรมซึ่งมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ทายาทที่มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกนั้นได้แก่ทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรมซึ่งมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก แม้ผู้ร้องที่ 2 จะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่มีสิทธิรับมรดก แต่มรดกที่ผู้ร้องที่ 2 ขอเป็นผู้จัดการนั้นมีพินัยกรรมระบุยกให้แก่ ส. ผู้ร้องที่ 2 ไม่มีสิทธิได้รับมรดกดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ 1เป็นภริยาของนายสถิตย์ วงษ์ศิริ ซึ่งเป็นบุตรของนายสละ วงศ์ศิริส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นบุตรของนายสละ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์2528 นายสละได้ถึงแก่กรรมก่อนถึงแก่กรรมนายสละได้ทำพินัยกรรมตั้งนายสถิตย์เป็นผู้จัดการมรดก และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งนายสถิตย์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสละแล้ว ต่อมานายสถิตย์ได้ถึงแก่กรรมโดยยังมิได้จัดการมรดกแต่อย่างใด การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องขอให้ตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมัคร นายสมัครเป็นบุตรของนายสละ ก่อนถึงแก่กรรมนายสละได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 22 ตำบลเกาะหมาก อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราดให้แก่นายสมัคร นายสละถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์2528 ส่วนนายสมัครถึงแก่กรรมวันที่ 20 กันยายน 2528 ที่ดินดังกล่าวจึงตกทอดแก่ผู้คัดค้านและบุตรซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมัครแล้ว ดังนั้นการที่ผู้ร้องทั้งสองขอให้ตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวข้างต้นถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้ไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก และผู้ร้องทั้งสองไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละ ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องที่ 1 และผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอและคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาต และผู้ร้องที่ 2 แถลงว่าทรัพย์มรดกของนายสละมีเพียงเท่าที่ปรากฏในพินัยกรรมเอกสารหมายร.5 และคำแถลงเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนายสละตามคำแถลงฉบับลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2533 ของทนายผู้ร้อง สำหรับทรัพย์ตามพินัยกรรมข้อ 1 ซึ่งตกได้กับนายสถิตย์นั้นทายาทของนายสถิตย์ได้ไปร้องขอจัดการมรดกดังกล่าวต่อศาลจังหวัดตราดแล้ว ส่วนทรัพย์ตามพินัยกรรมข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ได้มีการจัดการมรดกเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วไม่มีอะไรต้องจัดการอีก คงมีแต่ปัญหาเฉพาะทรัพย์ตามข้อ 2ผู้ร้องที่ 2 ประสงค์จะขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละเฉพาะที่ดิน2 แปลง ตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ข้อ 2 เท่านั้น โดยจะดำเนินการโอนให้แก่ทายาทโดยธรรมของนายสมัคร แต่ทั้งนี้ทายาทของนายสมัครจะต้องใช้หนี้ของนายสมัครที่มีต่อผู้ร้องที่ 2และพี่น้องรวม 4 คนให้เสร็จสิ้นก่อน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้ร้องที่ 2 ไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกทรัพย์ตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ข้อ 2 แม้ผู้ร้องที่ 2จะอ้างว่านายสมัครมีหนี้สินติดค้างอยู่กับผู้ร้องที่ 2 ก็ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ของนายสละตามพินัยกรรมที่ตกทอดแก่นายสมัครและทายาทของนายสมัครมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่านายสถิตย์ นายสมัคร และผู้ร้องที่ 2 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสละเจ้ามรดก นายสมัครถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 กันยายน2528 ส่วนนายสละถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2528ก่อนถึงแก่กรรมนายสละได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ร.5 ยกทรัพย์มรดกมีรายการทั้งหมด 5 ข้อให้แก่บุตรภริยาและตั้งให้นายสถิตย์บุตรคนโตเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสถิตย์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสละแล้ว ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2532นายสถิตย์ถึงแก่กรรมทรัพย์มรดกของนายสละมีเพียงเท่าที่ปรากฏอยู่ในพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ซึ่งนายสถิตย์ยังมิได้จัดการให้แล้วเสร็จ ทรัพย์ตามพินัยกรรมข้อ 1 ซึ่งตกได้แก่นายสถิตย์นั้นทายาทของนายสถิตย์ได้ไปร้องขอจัดการมรดกต่อศาลจังหวัดตราดแล้วส่วนทรัพย์ตามพินัยกรรมข้อ 3 ถึงข้อ 6 ได้มีการจัดการมรดกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรต้องจัดการอีก เหลือเพียงทรัพย์มรดกตามข้อ 2 เป็นที่ดินรวม 2 แปลงซึ่งยกให้นายสมัครบุตรชายคนกลางเท่านั้นที่ยังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย ผู้ร้องที่ 2 ประสงค์จะขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวนี้เท่านั้น โดยจะดำเนินการโอนให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมของนายสมัคร แต่ทั้งนี้ทายาทของนายสมัครจะต้องใช้หนี้ของนายสมัครที่มีต่อผู้ร้องที่ 2 และพี่น้องรวม 4 คนให้เสร็จสิ้นก่อน ผู้ร้องที่ 2 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่เป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถและไม่เป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลายแต่อย่างใด พิเคราะห์แล้ว ที่ผู้ร้องที่ 2 ฎีกาว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ชอบเล่นการพนันหลายประเภท หากให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละแล้วจะไม่เหลือทรัพย์สินถึงทายาท ผู้จัดการมรดกของนายสละคนเดิมถึงแก่กรรมและผู้คัดค้านไม่ประสงค์จะจัดการมรดกของนายสละอีกต่อไป ผู้ร้องที่ 2 ในฐานะทายาทคนหนึ่งจึงควรมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละ มิฉะนั้นแล้วที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกจะไม่มีทางแก้ทะเบียนได้นั้น เห็นว่า ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกนั้นในกรณีที่ทายาท ได้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก แม้ผู้ร้องที่ 2จะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่มีสิทธิรับมรดก แต่มรดกที่ผู้ร้องที่ 2ขอเป็นผู้จัดการนั้นมีพินัยกรรมระบุยกให้แก่นายสมัคร ดังนี้ผู้ร้องที่ 2 ไม่มีสิทธิได้รับมรดกดังกล่าว ผู้ร้องที่ 2 จึงหามีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ไม่ ส่วนที่ผู้ร้องที่ 2 อ้างว่าผู้คัดค้านมีความประพฤติไม่เหมาะสม หากให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละแล้วจะไม่เหลือทรัพย์สินถึงทายาทและหากไม่ให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสละแล้วที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกจะไม่มีทางแก้ทะเบียนได้ดังที่ผู้ร้องที่ 2 ฎีกาก็ตาม ก็หาทำให้ผู้ร้องที่ 2 มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสละส่วนที่ตกได้แก่นายสมัครและทายาทของนายสมัครไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2537 นาง สม ศรี วงษ์ศิริ กับพวก ผู้ร้อง นาง เริงวรรณ วงษ์ศิริ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง สม ศรี วงษ์ศิริ กับพวก · ผู้คัดค้าน - นาง เริงวรรณ วงษ์ศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สมศักดิ์ วิธุรัติ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6360/2539ฎีกา 9165/2544ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 3643/2542ฎีกา 174/2524ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1248/2530ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1086/2520ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 5022/2533ฎีกา 596/2546ฎีกา 1279/2502ฎีกา 419/2541ฎีกา 6192/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ