คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4952/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าหากได้พิจารณาใหม่จะชนะคดีได้นั้น ต้องแสดงให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาเดิมไม่ชอบอย่างไร และหากได้พิจารณาใหม่แล้วจะชนะคดีได้อย่างไร.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่โดยอ้างมาในคำร้องขอว่า ถ้าจำเลยทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องจะสามารถนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างพยานโจทก์ ศาลต้องมีคำพิพากษาให้จำเลยชนะคดีแน่นอนเพราะสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ และจำเลยไม่เคยผิดนัดชำระค่าเช่าหรือผิดสัญญาเช่าข้อหนึ่งข้อใดนั้น เป็นคำร้องขอที่ไม่มีรายละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยแพ้คดีไม่ชอบอย่างไรแม้จะกล่าวมาด้วยว่าจำเลยขอคัดค้านคำพิพากษาของศาลก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆหาได้คัดค้านในเนื้อหาแห่งคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร หากได้พิพากษาคดีใหม่แล้วจำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอมรพันธุ์ ๒๐๕ ทาวเวอร์ จำกัด · จำเลย - นายทวี มุกค์ธนะอนันต์หรือมุกค์ธนะนันต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมอ อินทรศักดิ์ · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ดุสิต เพชรปลูก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิวัธน ทองลงยา · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิน สุขนทีธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา