คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 524/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จค่านายหน้าจากการชี้ช่องให้เกิดสัญญาขึ้น แม้ต่อมาสัญญาจะถูกเปลี่ยนแปลงหรือระงับไป แต่หากสัญญาใหม่หรือการดำเนินการใดๆ มีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องเดิม บุคคลนั้นก็ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จค่านายหน้าอยู่
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ทั้งสองสามารถนำ ด.มาทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับจำเลยได้นั้น ถือได้ว่าเกิดจากการชี้ช่องของโจทก์ทั้งสอง แม้ต่อมาจำเลยจะได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่จำเลยทำไว้กับ ด. ทำให้ไม่มีสัญญาจะซื้อขายอีกต่อไปก็ตามแต่ภายหลังจากนั้นจำเลยกับ ด.ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลเกี่ยวกับที่พิพาทกันอีกว่า จำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้ ด.หรือบุคคลที่ ด.ประสงค์จะให้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ และ ด.ยินยอมชำระราคาที่ดินและค่าเสียหายแก่จำเลยจำนวนเท่ากับราคาขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทบวกกับค่าเสียหาย จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวโดยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงาน-เจ้าหน้าที่ขายที่ดินพิพาทให้แก่ ส.ไปในราคาซึ่งตรงกับราคาที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาท ดังนี้ สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมีผลสืบเนื่องมาจากสัญญาจะซื้อขาย เมื่อสัญญาจะซื้อขายมีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องของโจทก์ทั้งสองให้จำเลยกับ ด.ได้เข้าทำสัญญากัน สัญญาประนีประนอมยอมความย่อมมีผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องของโจทก์ทั้งสองด้วย โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิได้รับบำเหน็จค่านายหน้าจากจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมบูรณ์ ภูเจิ้น กับพวก · จำเลย - นางเกษร กลับศรี · กลับศรี - ผู้จัดการมรดกของนายแพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชนะ ภาสกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล อินทรักษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา