คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5493/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบคำให้การของจำเลย แม้จะปฏิเสธในชั้นพิจารณา ก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ หากมีพยานหลักฐานอื่นนอกจากคำเบิกความของเจ้าพนักงานผู้จับกุมมาประกอบให้เห็นว่าคำให้การรับสารภาพนั้นเป็นความจริงและโดยสมัครใจ
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์จะไม่ได้นำประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน คงมีแต่คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และขณะศาลสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา แต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมมาประกอบให้เห็นว่า คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและขณะศาลสอบคำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นความจริงและโดยสมัครใจ พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ดังกล่าวประกอบกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายสมัคร นาคสวัสดิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ ทักราล · จเร อำนวยวัฒนา · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิศิษฐ์ วิศาลสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา