⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5713/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5713/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นภายใน 8 วันนับแต่วันที่ทราบการฝ่าฝืน มิฉะนั้นจะหมดสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณามีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาด เป็นวิธีการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี หากจำเลยทั้งสองเห็นว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบและตนเองได้รับความเสียหาย ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีเสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่า8 วัน นับแต่ทราบการฝ่าฝืน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งสอง หรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะหรือขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27และมาตรา 296 วรรคสอง เมื่อจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันและจำนองพร้อมด้วยดอกเบี้ยต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยทั้งสองจะร่วมกันผ่อนชำระหนี้จำนวน 11,969,603.72 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดโจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดหลายครั้ง ซึ่งก็ต้องเลื่อนมาโดยจำเลยยังคงคัดค้านว่า ผู้สู้ราคาให้ราคาต่ำไป จนกระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2535ซึ่งเป็นการขายทอดตลาดครั้งที่ 21 โจทก์เป็นผู้สู้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 5,000,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณามีคำสั่ง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ราคาที่ผู้สู้ราคาให้ราคาสูงสุดนั้นยังต่ำกว่าราคาตามความเป็นจริงมาก ขอให้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขาย โจทก์ยื่นคำแถลงว่า การขายทอดตลาดที่ผ่านมารวม 20 ครั้งจำเลยคัดค้านมาโดยตลอด ครั้งนี้เป็นการขายทอดตลาดครั้งที่ 21โจทก์ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 5,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานเป็นจำนวนมาก ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ขาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ที่ทอดตลาดแก่โจทก์ผู้สู้ราคาสูงสุด จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณามีคำสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดนั้นเป็นวิธีการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี หากจำเลยทั้งสองเห็นว่าการขายทอดตลาดดังกล่าวไม่ชอบและตนเองได้รับความเสียหาย ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ขอให้ศาลมีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะหรือขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่เห็นสมควรทั้งนี้ตามนัยมาตรา 27 และมาตรา 296 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น จำเลยทั้งสองจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาของจำเลยทั้งสองคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5713/2537 ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด โจทก์ นาย พรชัย ชนาวิโชติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นาย พรชัย ชนาวิโชติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1572/2511ฎีกา 780/2535ฎีกา 3589/2525ฎีกา 2422/2545ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 241/2499ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ