⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6118/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6118/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อจัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยไม่มีใบอนุญาต ถือเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานโดยผิดกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ชักชวนผู้เสียหายกับพวกไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์โดยเรียกเงินค่าใช้จ่ายเป็นเงินในการดำเนินการจากพวกผู้เสียหายเป็นค่าตอบแทนแล้วจำเลยได้พาพวกผู้เสียหายเดินทางไปทำงานเป็นกรรมการก่อสร้างที่ประเทศสิงคโปร์ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างอันเป็นการจัดหางานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4 แล้ว เพราะจำเลยรู้อยู่แล้วว่า จำเลยไม่มีใบอนุญาตให้จัดหางาน แต่จำเลยก็ดำเนินการต่าง ๆ เป็นการหางานให้พวกผู้เสียหายโดยมุ่งจะเอาค่าตอบแทนจากพวกผู้เสียหายเป็นรายบุคคล จึงมีความผิดข้อหานี้แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.82

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยจัดหางานให้คนหางานผู้ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยจำเลยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานเป็นค่าตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย และจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนว่า จำเลยเป็นหัวหน้างานสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ในตำแหน่งกรรมกรก่อสร้าง รายได้เดือนละ 6,000 บาทถึง 9,000 บาท และสวัสดิการดี แต่ต้องเสียค่าบริการต่าง ๆแก่จำเลยคนละ 23,000 บาท ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานดังกล่าวให้ติดต่อสมัครได้ที่จำเลย แล้วจำเลยจะจัดส่งไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ทันทีอันเป็นความเท็จ ความจริงแล้วจำเลยไม่มีงานหรือตำแหน่งใดในประเทศสิงคโปร์ที่จะให้คนหางานไปทำงานได้ทั้งไม่สามารถจัดให้ผู้ประสงค์จะไปทำงานได้ทำงานโดยได้รับค่าจ้างตามที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใดและโดยการหลอกลวงดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเชื่อว่าเป็นความจริง สมัครไปทำงานกับจำเลย จำเลยได้เงินค่าบริการต่าง ๆ จากนายบุญแปลง คำมูลกับพวกผู้เสียหาย รวม 15 คน เป็นเงิน 345,000 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 91 พระราชบัญญัติจัดหาคนงานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 345,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคแรก, 82จำคุก 5 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 เสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยได้ชักชวนผู้เสียหายกับพวกไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์โดยเรียกเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากพวกผู้เสียหายเป็นค่าตอบแทนคนละ 23,000 บาทแล้วจำเลยได้พาพวกผู้เสียหายทั้งสิบห้าคนเดินทางไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างที่ประเทศสิงคโปร์ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศ ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างอันเป็นการจัดหางานตามความหมายของพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4 แล้ว เพราะจำเลยรู้อยู่แล้วว่า จำเลยไม่มีใบอนุญาตให้จัดหางาน แต่จำเลยก็ดำเนินการต่าง ๆ เป็นการหางานให้พวกผู้เสียหาย โดยมุ่งจะเอาค่าตอบแทนจากพวกเสียหายเป็นรายบุคคล จึงถือได้ว่า จำเลยมีเจตนากระทำความผิดข้อหานี้แล้ว ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ก็ได้บรรยายแยกการกระทำของจำเลยเป็นสองตอน และไม่มีข้อความตอนใดแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายอันจะถือว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องไม่เป็นความผิดในข้อหานี้ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ใช้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6118/2537 อัยการ ขอนแก่น โจทก์ นาย เบี้ยว ทอง คง อ่วม หรือคงทองอ่วม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ขอนแก่น · จำเลย - นาย เบี้ยว ทอง คง อ่วม หรือคงทองอ่วม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19246/2555ฎีกา 2027/2536ฎีกา 3533/2535ฎีกา 7050/2544ฎีกา 284-285/2538ฎีกา 7049/2544ฎีกา 1890/2547ฎีกา 6009/2533ฎีกา 5385/2539ฎีกา 5573/2533ฎีกา 5670/2555ฎีกา 284/2538ฎีกา 1413/2535ฎีกา 9758/2542ฎีกา 814/2532ฎีกา 1988/2541ฎีกา 3746/2541ฎีกา 7566/2556ฎีกา 1925/2541ฎีกา 2918-2920/2532ฎีกา 2337/2533ฎีกา 6019/2533ฎีกา 1057/2534ฎีกา 5386/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา