⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5573/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5573/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงให้คนหางานเชื่อว่าจะจัดหางานให้ โดยที่ผู้หลอกลวงไม่มีเจตนาจัดหางานให้จริงจังนั้น ไม่ถือเป็นการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดหางานให้ได้ตามที่พูดชักชวน และไม่มีงานอะไรที่ประเทศสิงคโปร์ที่จะให้ผู้เสียหายทำ ลำพังแต่จำเลยพูดชักชวนหลอกลวงโดยมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายอย่างจริงจังยังถือไม่ได้ว่าเป็นการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.82

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓,๙๑ ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ และให้จำเลยคืนเงิน ๔๘,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ เรียงกระทงลงโทษฐานฉ้อโกง จำคุก ๑ ปี ฐานจัดหางานโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๔ ปีได้ความจากคำนายสมพา บุญมา ว่าจำเลยคืนเงินให้แล้ว ๑,๐๐๐ บาท จึงให้จำเลยคืนเงิน๔๗,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยมีใบอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนแต่จากข้อเท็จจริงที่ฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น เมื่อฟังประกอบกับฟ้องโจทก์ที่ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งว่า ความจริงนอกจากจำเลยกับพวกจะไม่สามารถจัดหางานให้ตามที่พูดชักชวนแล้วยังไม่มีงานอะไรที่ประเทศสิงคโปร์ที่จะให้ผู้เสียหายทั้งสามทำอีกด้วย ดังนี้แสดงว่าจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ที่จำเลยกับพวกมาพูดชักชวนก็ดีและจัดการให้ผู้เสียหายทั้งสามเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ก็ดี จึงเป็นเพียงเหตุเพื่อให้การพูดชักชวนหลอกลวงบรรลุผลคือได้เงินจากผู้เสียหายทั้งสามเท่านั้น เห็นว่าลำพังแต่จำเลยกับพวกพูดชักชวนหลอกลวง โดยมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามอย่างจริงจังเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ ตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5573/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายสีคานหรือสีดาน จันทร์แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายสีคานหรือสีดาน จันทร์แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายพิชัย นิลทองคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว จันทะศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2027/2536ฎีกา 3533/2535ฎีกา 7050/2544ฎีกา 284-285/2538ฎีกา 7049/2544ฎีกา 1890/2547ฎีกา 6009/2533ฎีกา 5385/2539ฎีกา 5670/2555ฎีกา 284/2538ฎีกา 1413/2535ฎีกา 814/2532ฎีกา 1988/2541ฎีกา 3746/2541ฎีกา 7566/2556ฎีกา 1925/2541ฎีกา 2918-2920/2532ฎีกา 2337/2533ฎีกา 6118/2537ฎีกา 6019/2533ฎีกา 1057/2534ฎีกา 5386/2539ฎีกา 4500/2543ฎีกา 9044/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา