⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6205/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6205/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและจ่ายเงินทดแทนทรัพย์สินของราษฎรที่ถูกเขตชลประทาน หากปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือร่วมกันทำเอกสารอันเป็นเท็จ ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 ประกอบมาตรา 83

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน แต่จำเลยที่ 3กับพวกก็คิดค่าทดแทนให้เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตร่วมกันทำเอกสารมีข้อความเป็นเท็จ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,162(1)(4) ประกอบด้วยมาตรา 83 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทหนัก ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบและจ่ายเงินทดแทนทรัพย์สินของราษฎรที่ถูกเขตชลประทาน จากตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าว ย่อมจะต้องเห็นความสำคัญของงานที่ทำที่มีผู้ประสงค์จะแสวงหาประโยชน์อยู่มาก และความสำคัญของเอกสารที่ตนลงชื่อ การที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีงานอื่นที่สำคัญและต้องทำอีกมากไม่มีเวลาออกไปตรวจสอบที่ดินของราษฎรนั้น ไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิดกับจำเลยที่ 3และจำเลยอื่น จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,162(1)(2) ประกอบด้วยมาตรา 83 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทหนัก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 162(1)(4), 83, 86, 91 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ให้การถือว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162(1)(4) ประกอบด้วยมาตรา 83ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทหนัก จำคุกคนละ1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86จำคุกคนละ 1 ปี แต่เห็นว่าทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 4และที่ 5 จำคุกคนละ 8 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162(1)(2) ประกอบด้วยมาตรา 83ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทหนักให้จำคุก1 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน แต่จำเลยที่ 3 กับพวกก็คิดค่าทดแทนให้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตร่วมกันทำเอกสารมีข้อความเป็นเท็จทำให้กรมชลประทานได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงเป็นความผิดตามฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1รับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบและจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินของราษฎรที่ถูกเขตชลประทาน จากตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 1ดังกล่าว ย่อมจะต้องเห็นความสำคัญของงานที่ทำที่มีผู้ประสงค์จะแสวงหาประโยชน์อยู่มาก และความสำคัญของเอกสารที่ตนลงชื่อการที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีงานอื่นที่สำคัญและต้องทำอีกมากไม่มีเวลาออกไปตรวจสอบที่ดินของราษฎรนั้น ไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิดจำเลยที่ 3 และจำเลยอื่น จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามฟ้อง ปัญหาต่อไปที่จำเลยที่ 3ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 ประกอบกับจำเลยที่ 3 รับราชการมานานไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ประพฤติผิดวินัยหรือเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 3 และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 แล้วประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ได้เคยกระทำความผิดมาก่อน กรณีมีเหตุสมควรที่จะให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6205/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด สิงห์บุรี โจทก์ นาย ธีระยุทธ แก้วเกตุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สิงห์บุรี · จำเลย - นาย ธีระยุทธ แก้วเกตุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 3578/2531ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2747/2529ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา