คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6840/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนที่ดินในระหว่างที่มีคำขออายัดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 83 นิติกรรมการโอนนั้นย่อมสมบูรณ์มีผลผูกพัน หากผู้รับโอนได้รับโอนโดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริต โดยไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
ย่อคำพิพากษา
การอายัดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 83 มิได้บัญญัติถึงผลของการอายัดโดยชัดแจ้งว่า หากมีการโอนที่ดินไปยังบุคคลภายนอกในระหว่างอายัดแล้ว นิติกรรมการโอนไม่มีผลบังคับดังเช่นผลการอายัดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้นนิติกรรมการโอนที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ขณะที่มีคำขออายัดตามประมวลกฎหมายที่ดินยังถือไม่ได้ว่าเป็นนิติกรรมการโอนที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และทำให้นิติกรรมการโอนเสียไปและไม่มีผลผูกพัน เพราะถ้าผู้รับโอนได้รับโอนโดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริตมิได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบแล้วนิติกรรมการโอนดังกล่าวย่อมสมบูรณ์มีผลผูกพันกันได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเศรษฐพงษ์ จตุรงคสัมฤทธิ์ · จำเลย - นางสมจิตร นุชนวล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอำนวย หมวดเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา