คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6930/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นโดยมีข้อตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชำระหนี้แก่ฝ่ายอื่นนั้น แม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 1309 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็มีผลผูกพันคู่กรณีตามมาตรา 1309 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2. ดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนวันฟ้องมีอายุความ 5 ปี ส่วนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นภายหลังวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ไม่ใช่ดอกเบี้ยค้างชำระ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความ 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
ป.พ.พ. มาตรา 653 บังคับให้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้กู้ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ โดยมิได้บังคับผู้ให้กู้ต้องลงลายมือชื่อด้วย ดังนั้นเมื่อจำเลยเป็นผู้เขียนหนังสือสัญญากู้เงินและลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้แล้ว ย่อมฟ้องร้องบังคับคดีได้ แม้ลายมือชื่อผู้ให้กู้ไม่ใช่ลายมือชื่อ ส.ผู้ให้กู้แต่เป็นลายมือชื่อปลอม ก็หามีผลให้หลักฐานการฟ้องร้องบังคับแก่จำเลยเสียไปไม่
สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยซึ่งมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 166 เดิม (มาตรา 193/33 ใหม่) นั้น หมายถึงดอกเบี้ยที่ค้างชำระอยู่ก่อนวันฟ้อง ส่วนดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ไม่ใช่ดอกเบี้ยค้างชำระจะใช้มาตรา 166 เดิม (มาตรา 193/33 ใหม่) บังคับไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกรรณิการ์ ไชยวงศา · ทัพแสง - ผู้จัดการมรดกของนางสายฮวย · จำเลย - นายเสียง ชูสกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - (อำเภอพล) นายพงษ์ศักดิ์ กิติส · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายจรัส พวงมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา