⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7238/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภารจำยอมจะสิ้นไปเพราะหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ต่อเมื่อสามยทรัพย์นั้นหมดประโยชน์ใช้สอยไปจริง มิใช่พิจารณาจากตัวบุคคลผู้ใช้ประโยชน์

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิจารณาว่าภารจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1400 หรือไม่ ต้องพิจารณาถึงสามยทรัพย์เป็นสำคัญมิใช่พิจารณาถึงตัวบุคคลที่อยู่ในสามยทรัพย์ แม้ตัวบุคคลที่อยู่ในสามยทรัพย์จะมิได้ใช้ภารยทรัพย์ แต่ถ้าภารยทรัพย์ยังมีประโยชน์ต่อสามยทรัพย์อยู่ ก็จะถือว่าภารจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1400

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 132477, 132478, 132479เป็นของนางพาณี ต่อมาได้ขายให้แก่ร้อยตำรวจโทอรรถวิโรจน์และได้จดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 15217 ตกเป็นทางเดินภารจำยอมบางส่วนแก่ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ20 เมตร ต่อมาโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 15217 จากนายพาณี และร้อยตำรวจโทอรรถวิโรจน์ขายที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลยจำเลยใช้ประโยชน์จากภารจำยอมในที่ดินของโจทก์เพียงบางส่วนภารจำยอมที่เหลือถัดเข้าไปทางบ้านโจทก์ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์จึงหมดความจำเป็นและประโยชน์ต่อไปขอให้พิพากษาเพิกถอนภารจำยอมในโฉนดที่ดินเลขที่ 15217 และให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนภารจำยอม จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับสิทธิในภารจำยอมดังกล่าวตามข้อตกลงและได้ใช้เต็มพื้นที่ตลอดมา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนภารจำยอมในโฉนดที่ดินเลขที่ 15217ให้ระงับไปในส่วนที่อยู่ติดกับด้านทิศใต้ของที่ดินจำเลย โฉนดเลขที่ 132477 โฉนดเลขที่ 132478 และโฉนดเลขที่ 132479กว้าง 1.25 วา ยาวนับแต่เสารั้วประตูบ้านของจำเลยต้นที่ติดกับประตูรั้วบ้านโจทก์ยาวตลอดแนวไปทางทิศตะวันออกระยะ 3.29 วา คิดเป็นเนื้อที่ 4.1125 ตารางวา โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนภารจำยอมดังกล่าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะพิจารณาว่าภารจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1400 หรือไม่ต้องพิจารณาถึงสามยทรัพย์เป็นสำคัญ มิใช่พิจารณาถึงตัวบุคคลที่อยู่ในสามยทรัพย์ แม้ตัวบุคคลที่อยู่ในสามยทรัพย์จะมิได้ใช้ภารยทรัพย์แต่ถ้าภารยทรัพย์ยังมีประโยชน์ต่อสามยทรัพย์อยู่ ก็จะถือว่าภารจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์มิได้ คดีนี้สามารถเป็นที่ดิน 3 แปลงอยู่ติดกัน แต่เป็นของเจ้าของคนเดียวกัน ฉะนั้นเจ้าของสามยทรัพย์จึงเลือกที่จะทำประตูออกไปสู่ภารยทรัพย์ซึ่งอยู่ติดกับสามยทรัพย์แปลงใดก็ได้ และถ้าเจ้าของสามยทรัพย์ผู้นี้ขายสามยทรัพย์แปลงสุดท้ายซึ่งมิได้ทำประตูเข้าออกให้ผู้อื่นไป ผู้ซื้อก็ยังเป็นเจ้าของสามยทรัพย์แปลงนั้นอยู่ และมีสิทธิใช่ภารยทรัพย์ที่ติดกับสามยทรัพย์นั้นได้ ดังนั้นภาระจำยอมส่วนนี้จึงหาได้หมกประโยชน์แก่สามยทรัพย์ของผู้ที่ได้ที่ดินแปลงนี้ไปไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238/2537 นาง อุด มสิน สุนทรโรวาศ โจทก์ นาย ประภาส ชุติมาวรพันธ์ุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อุด มสิน สุนทรโรวาศ · จำเลย - นาย ประภาส ชุติมาวรพันธ์ุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6524/2541ฎีกา 4300/2543ฎีกา 3361/2524ฎีกา 2091/2542ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 1162/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1828/2523ฎีกา 7088/2537ฎีกา 113/2504ฎีกา 6847/2539ฎีกา 1730/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา