⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 85/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ร่วมกระทำความผิดกับผู้อื่น แม้ไม่ได้ร่วมใช้อาวุธในการทำร้าย แต่การกระทำของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของความผิดที่ได้ฟ้อง ย่อมต้องรับผิดในผลแห่งความผิดนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้ตายและหลบหนีไปด้วยกัน แม้จำเลยไม่ทราบว่า จ. มีอาวุธมีดติดตัว และไม่ได้ร่วมใช้อาวุธทำร้ายผู้ตายด้วย จำเลยก็ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรกซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ เพราะการกระทำเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 83, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 วรรคแรก, 83 ให้จำคุก 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ให้จำคุก 1 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรือไม่...เห็นว่า โดยความสัมพันธ์จำเลยเป็นน้องชายนายหนู ผู้เสียหายก็ยืนยันชั้นพิจารณาและตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.1ว่า เห็นจำเลยเข้าไปชกต่อยผู้ตายด้วย เชื่อได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตายจริงที่จำเลยนำสืบต่อสู้อ้างว่าขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ที่บ้าน เพิ่งวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ภายหลังไม่น่าเชื่อ แต่เมื่อในชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยนั่งอยู่ภายในบ้าน เพิ่งออกมารุมชกต่อยผู้ตายในภายหลัง โดยไม่ทันสังเกตว่าจำเลยชกต่อยผู้เสียหายด้วยหรือไม่ ตามพฤติการณ์ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทราบว่านายจุ๋มมีอาวุธมีดติดตัว เมื่อนายจุ๋มโดยเฉพาะตัวใช้อาวุธมีดยาวประมาณ 10 นิ้ว กว้างประมาณ 3-4 นิ้วแทงผู้ตาย 3 ครั้ง เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและแทงผู้เสียหาย 1 ครั้ง บาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพและใบรับรองแพทย์ท้ายฟ้องตามลำดับ จำเลยซึ่งร่วมทำร้ายผู้ตายและหลบหนีไปด้วยกัน แม้จะไม่ได้ร่วมใช้อาวุธทำร้ายผู้ตายด้วยก็ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรกซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในการกระทำผิดตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย สวัสดิ์ หรือ หวัด สิม มา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย สวัสดิ์ หรือ หวัด สิม มา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1270/2506ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ