คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อคู่สัญญามีหนี้ต่อกันและตกลงให้หักบัญชีเงินฝากได้ ข้อตกลงดังกล่าวย่อมผูกพันคู่สัญญา.
2. การบังคับตามสัญญาจำนองต้องเป็นไปตามที่ฟ้อง หากข้อเท็จจริงที่ฟังได้ไม่ตรงกับที่ฟ้อง ถือเป็นเรื่องนอกฟ้อง ศาลไม่อาจบังคับให้ตามที่ประสงค์ได้.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันหนี้จำเลยโดยมีข้อตกลงให้โจทก์หักหนี้จำเลยจากบัญชีเงินฝากจำเลยได้ แต่หนี้ที่ฟ้องเป็นหนี้ของ ซ. ส่วนหนี้ที่ให้หักจากบัญชีเงินฝากเป็นหนี้ของจำเลยที่มีต่อผู้อื่น และโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนนั้นไปแล้ว แต่เมื่อจำเลยได้จำนองที่ดินประกันหนี้ของ ซ.จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดตามสัญญาจำนอง เมื่อคู่สัญญามีหนี้ต่อกันและตกลงให้หักบัญชีเงินฝากได้ ข้อตกลงดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยผู้จำนองจะต้องร่วมรับผิดกับ ซ. โจทก์จึงมีสิทธิหักบัญชีเงินฝากของจำเลย
โจทก์ฟ้องบังคับจำนองอ้างว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ขอบังคับจำนอง แต่เมื่อฟังได้ว่ามิใช่หนี้ของจำเลย แต่เป็นหนี้ของ ซ. แม้จะตรงตามข้อสัญญาของโจทก์กับจำเลย แต่ก็ไม่ตรงกับที่โจทก์ฟ้อง จึงเป็นเรื่องนอกฟ้อง ศาลไม่อาจบังคับให้ตามที่โจทก์ประสงค์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด · จำเลย - นายไฉ่ลิ้ม แซ่ลี้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · ไพศาล รางชางกูร · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสมนึก พานิช · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา