คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเนื้อที่ดินที่ซื้อขายขาดไปเกินกว่าร้อยละห้าของผู้ซื้อมีสิทธิบอกปัดไม่รับโอนและเลิกสัญญาได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 เป็นโจทก์ในสำนวนหลังฟ้องอ้างว่า หลังจากทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์แล้ว ต่อมาได้ตรวจสอบที่ดินทราบว่าที่ดินไม่มีทางเข้าออก และเนื้อที่ขาดหายไปประมาณ 3 ไร่ โจทก์ให้การสู้คดีโดยมิได้ปฏิเสธให้แจ้งชัดว่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายมิได้มีเนื้อที่ขาดหายไปดังคำฟ้องจึงต้องฟังว่าโจทก์ยอมรับว่าที่ดินตามฟ้องเนื้อที่ขาดหายไปประมาณ 3 ไร่ ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายระบุมีเนื้อที่รวม 15 ไร่ 2 งาน 36 ตารางวา เมื่อเนื้อที่ขาดหายไปประมาณ 3 ไร่ การขาดหายจึงเกินจำนวนร้อยละห้า จำเลยที่ 2 ผู้ซื้อจึงมีสิทธิบอกปัดไม่รับโอนที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ได้
จำเลยที่ 1 อายัดเช็คค่าดอกเบี้ยตามสัญญาจะซื้อขายภายหลังจำเลยที่ 2 ตรวจพบว่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายเนื้อที่ขาดหายไปประมาณ3 ไร่ ถือได้ว่าเป็นการอายัดสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 2 มีสิทธิบอกปัดไม่รับโอนที่ดินและบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 466 จึงไม่เป็นการประพฤติผิดสัญญาจะซื้อขายที่เป็นเหตุให้โจทก์อ้างสิทธิเลิกสัญญาและริบมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๖ บริษัทสยามแลนด์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด · จำเลย - ๘ นางนิดา ปิณฑานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · นิเวศน์ คำผอง · สมภพ โชติกวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา