คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ คำพิพากษาเดิมที่ให้คู่ความฝ่ายหนึ่งขาดนัดและวิธีการบังคับคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันเพิกถอนไปในตัว
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวเนื่องจากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา แล้วพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน โดยไม่มีการส่งคำบังคับให้จำเลย แต่โจทก์นำคำพิพากษาไปให้นายทะเบียนบันทึกการหย่าไว้ในทะเบียนสมรส เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยวิธีอื่นแล้ว จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันที่มีการบังคับตามคำพิพากษาดังกล่าวได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208
เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาใหม่แล้ว คำพิพากษาโดยคู่ความขาดนัดของศาลชั้นต้นและวิธีการบังคับคดีที่ดำเนินไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นอันเพิกถอนไปในตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 209 วรรคแรก การที่โจทก์ไปให้นาย-ทะเบียนบันทึกการหย่าตามคำพิพากษาในทะเบียนสมรส จึงถูกเพิกถอนไปด้วยสถานะบุคคลของโจทก์จำเลยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นสามีภริยากัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชูหรือยกแซ ประทีปสุขสันติหรือแซ่ลิ้ม · จำเลย - นางสุณีย์หรือฟอง ประทีปสุขสันติหรือชีฟอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อร่าม หุตางกูร · ไพศาล รางชางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมพันธ์ พันธุสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร พิมพ์อักษร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา